Go to Apple's Advice

 

 

 

Bride to Bride: เจ้าสาวบอกต่อ

 

Page: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11

 

 

 

คุณนุ่น

 

 

 

 

 

 

 

 

อย่างแรกเลย ต้องเชื่อมั่นว่า งานต้องออกมาดีสวยงาม ไม่ต้องกังวล ( ยิ่งถ้ามีพี่เปิ้ลด้วยแล้ว สบายหายห่วง)

•  ยิ้มสวยๆ เตรียมตัวให้พร้อม เสื้อผ้า หน้าผม เครื่องประดับ ถ้ามีเวลา ก็นวดหน้า ขัดตัว จะได้ผิวสวยๆ

•  คุยกับช่างผม ช่างแต่งหน้า ให้ชัดเจน หรือลองแต่งหน้ากับทำผมก่อน จะได้ไม่เสียใจว่าวันจริงเราไม่สวยไม่อยากได้แบบนี้

•  ทานให้อิ่ม ห้ามเดี๋ยวก่อน ยังไม่หิว เพราะถึงเวลาจริง จะไม่มีเวลาทาน

•  ช่วงแจกการ์ด เป็นอะไรที่เหนื่อย ต้องจัดเวลาให้ดี พิมพ์การ์ด เผื่อไปได้เลยเพราะจะมีแขกที่นึกไม่ออก เพิ่มมาเรื่อยๆ

•  คุยกับครอบครัวให้ชัดเจนว่า ต้องการงานแบบไหน แขกแต่ละข้างประมาณเท่าไหร่ เพื่อสรุปก่อนคุยกับออกาไนเซอร์

•  คุยกับออกาไนเซอร์ให้ครบ บอกความต้องการของเราให้หมด

แบ่งเวลาให้ดี เพราะจะมีอะไรให้ทำเยอะมาก

 

 

•  อย่าฟังคนโน้นคนนี้มากไป เรื่องจะมาเยอะมาก จนบางครั้งอาจมีคำถามว่า นี่ใครแต่ง เพราะสุดท้ายแล้ว ถ้าเปลี่ยนตามความต้องการคนอื่น งานจะออกมาแบบที่เราไม่ชอบทั้งที่เป็นงานของเรา

•  รองเท้าเจ้าสาว อย่าซื้อเพราะยี่ห้อ หรือ คนอื่นบอกว่าดี รองเท้าต้องลองเอง ควรมีเวลาหาล่วงหน้าเป็นเดือน เพราะเท้าคนเราไม่เหมือนกัน ลองที่เราใส่สบาย สวย ไม่สูงไม่เตี้ยเกินไป เข้ากับชุดของเรา เพราะต้องยืนนานมากๆ และเวลาเดินเราต้องเดินให้สวย รองเท้าที่ใช่ ทำให้เราสบายไปจริงๆ ไม่ต้องมายิ้มไม่ออกเพราะรองเท้ากัด หรือมันเมื่อยจนต้องเปลี่ยนเป็นรองเท้าแตะ

นุ่นชอบหมดเลย ชอบที่สุดน่าจะเป็นไลท์ติ้งตอนเปิดตัวกะ ลอดซุ้มกระบี่ มาดูรูปแล้ว มันสวยเพอเฟค ^.^

อยากยิ้มให้เยอะกว่านี้ เพราะวันนั้นเหนื่อย เลยยิ้มน้อยไปนิสนึง

ค่าออกาไนเซอร์นี่ล่ะค่ะ ไม่มีพี่เปิ้ล งานคงไม่ดีขนาดนี้
ค่าพิมพ์การ์ดเพิ่ม เพราะเผื่อไว้ไม่พอ แล้วเวลาน้อยมาก ต้องมาพริ้นท์เองอีกเยอะ

 

 
คุณต้า

วางแผน เพราะมีรายละเอียดในการเตรียมงานเยอะมาก อย่างแรกที่ควรคิดเมื่อจะจัดงานแต่งงานคือประมาณจำนวนแขกให้ได้ก่อน เพราะเมื่อได้ฤกษ์มาแล้ว จะได้รีบหาสถานที่ ส่วนเรื่องการ์ด ของชำร่วย และอื่นๆ สามารถหาข้อมูลจากเว๊บไซต์หรือสอบถามจากคนที่แต่งงานแล้วได้ แต่ต้องหาข้อมูลให้หลากหลายและให้เวลากับการหาข้อมูลให้มากๆ ซึ่งทำให้ Wedding Planner อาจดูเหมือนไม่จำเป็น เพราะเจ้าบ่าวเจ้าสาวถ้าช่วยกันวางแผนอย่างดี อาจดูเหมือนไม่จำเป็นต้องใช้

แต่จริงๆแล้ว การมี Wedding Planner ที่ดี จะช่วยให้คุณจัดงานได้อย่างราบรื่น สวยงาม perfect และเกิดความประทับใจกับทุกฝ่าย รายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ล้วนแต่เป็นสิ่งที่สำคัญทั้งนั้น ซึ่งในวันงาน เจ้าบ่าวเจ้าสาวแทบไม่ได้ทำอะไรเลย เพราะเวลาจะต้องหมดไปกับการแต่งตัวและต้อนรับแขก ในขณะที่คนที่รู้ทุกอย่างที่ดีที่สุดคือเจ้าบ่าวเจ้าสาว เพราะเป็นคนเตรียมงานทั้งหมดด้วยตัวเองมาตลอด ดังนั้นสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น เราแทบจะไม่สามารถเข้าไปป้องกัน หรือแก้ปัญหาได้เลย

และการมี Wedding Planner ไม่ได้ทำให้คุณมีค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มแต่อย่างใด เพราะจริงๆแล้ว Wedding Planner จะช่วยกรองให้ว่าค่าใช้จ่ายส่วนไหนจำเป็น ส่วนไหนฟุ่มเฟือย ส่วนไหนที่ควรจ่าย และจ่ายเท่าไหร่ให้คุ้มค่า

การที่ไม่มี Wedding Planner ต่างหาก ที่จะทำให้คุณต้องซื้อของแพงโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่ง...พี่เปิ้ลนี่แหละค่ะ เป็น Wedding Planner ที่ดีจริงๆ พี่เปิ้ลช่วยเตรียมงาน และไม่เคยทำให้เราต้องอารมณ์เสียเพราะพี่เปิ้ลทำงานไม่ถูกใจเลยซักครั้ง ไม่เคยต้องตามจิกงานพี่เปิ้ล มีแต่พี่เปิ้ลนี่แหละที่ตามจิกเรา ^ ^ และพี่เปิ้ลสามารถเข้าใจเราได้เป็นอย่างดี ทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นในวันงาน รู้เพียงแต่ว่าแค่มีพี่เปิ้ลและทีมงานอยู่เท่านั้น ทุกอย่างจะผ่านไปได้เหมือนไม่มีปัญหาใดๆเกิดขึ้นเลย

เรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งของการจัดงานคือเรื่อง"เงิน" อย่าตัดสินใจซื้อหรือจ่ายอะไรโดยไม่มีข้อมูลให้เปรียบเทียบก่อน ไม่ต้องรีบร้อนในการจ่ายอะไรทั้งสิ้น เพราะร้านต่างๆไม่ได้ลดราคาแค่วันนั้นวันนี้ตามที่เค้าบอก

แต่ถ้าหากมีพี่เปิ้ลเป็น Wedding Planner สิ่งที่อย่าทำเด็ดขาด คือ อย่าดื้อกับพี่เปิ้ลค่ะ อาจจะเสนอไอเดียให้พี่เปิ้ลรู้ว่าเราชอบแบบไหน อยากให้เป็นแบบไหน แล้วให้พี่เปิ้ลแนะนำกลับมา เพราะสิ่งที่พี่เปิ้ลแนะนำ พี่เปิ้ลได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุด และเหมาะสมที่สุดมาให้เราแล้ว

 

จริงๆแล้วประทับใจทุกอย่างที่เกิดขึ้น เพราะพี่เปิ้ลให้คำแนะนำมาโดยตลอด แทบจะทุกๆเรื่อง สิ่งที่พี่เปิ้ลเนรมิตขึ้นมา คือสิ่งที่ทำให้แขกทุกคนชื่นชม และประทับใจ ซึ่งนั่นเป็นผลให้คนที่เรารัก และรักเราที่สุดคือคุณพ่อคุณแม่ได้ภูมิใจและมีความสุข

แต่สิ่งที่ประทับใจที่สุดคงเป็นเรื่องอาหารที่อร่อย และพอดีกับจำนวนแขกที่มาเกินความคาดหมายค่ะ เพราะต่อให้งานสวย โรงแรมหรูแค่ไหน แต่ถ้าอาหารไม่อร่อย ไม่เพียงพอ แขกก็คงไม่ชอบ คุณพ่อคุณแม่ก็คงไม่สบายใจไปด้วย ซึ่งก็เพราะพี่เปิ้ลนั่นแหละค่ะ เป็นคนแนะนำโรงแรมให้ และเป็นคนคิดจำนวนอาหาร รวมทั้งเมนูอาหารทั้งหมดให้ ทุกอย่างเลยออกมาดี

ถ้าจะเปลี่ยนอะไรคงไม่มีแล้วอ่ะค่ะ เพราะวันนั้นพอใจทุกอย่างแล้วจริงๆ

คุ้มทุกอย่างค่ะ ไม่ว่าจะเป็นช่างแต่งหน้า ช่างทำผม ช่างกล้อง ดอกไม้ ของประดับในงาน โรงแรม ชุดแต่งงาน ถ่ายรูป per-wedding การ์ดแต่งงาน อาหาร แต่ที่คุ้มที่สุดคือ "ค่าจ้างพี่เปิ้ล" เพราะพี่เปิ้ลคือคนที่ทำให้ค่าใช้จ่ายทั้งหมดได้จ่ายไปอย่างคุ้มค่า คือไม่แพงและออกมาดีมากในทุกๆอย่างจริงๆค่ะ อะไรที่ไม่ควรจ่ายพี่เปิ้ลจะห้ามไม่ให้จ่าย

ก่อนหน้านี้ต้าไม่เคยนิยามคำว่า งานแต่งงานที่ perfect ไว้เลย เพราะรู้สึกว่า การจัดงานแต่งงานซึ่งเป็นวันพิเศษที่เราจะมีเพียงหนึ่งวันในชีวิตให้ดีอย่างไม่มีที่ติ คงต้องใช้เงินอย่างมหาศาล ใช้จ่ายอย่างไม่อั้น ทุกอย่างต้องแพงเว่อร์ ถึงจะได้งาน perfect เพราเราจะเรียกมันกลับมาแก้ไขไม่ได้อีก ซึ่งต้าก็ไม่ได้คาดหวังอะไร ไม่ได้คิดว่าต้องทุ่มเทให้ดีสุดๆในทุกเรื่อง แค่ให้งานออกราบรื่นก็คงพอ

แต่ปรากฎว่าในวันนี้ วันที่ต้าได้จัดงานผ่านไปแล้ว กลับกลายเป็นว่างานออกมา perfect ที่สุดได้ ทั้งๆที่เราก็ใช้จ่ายประมาณนึง เพราะงานจะ perfect หรือเปล่า มันอยู่ที่ความรู้สึกของแขกที่มาร่วมงานต่างหาก และที่ออกมา perfect ได้อย่างนี้ก็เพราะฝีมือพี่เปิ้ลอีกนั่นแหละ

ของชำร่วยค่ะ งงมั้ยคะ เรื่องนี้คือเรื่องเดียวที่เราดื้อกับพี่เปิ้ล โดยไม่บอกพี่เปิ้ลด้วยว่าสั่งของชำร่วยไปเท่าไหร่ เป็นอย่างเดียวที่ไม่เชื่อพี่เปิ้ล เพราะว่าเราตัดสินใจสั่งเกินจำนวนที่พี่เปิ้ลบอกไป แล้ววันจริงก้อใช้ประมาณที่พี่เปิ้ลบอกไว้จริงๆด้วยค่ะ 555

 
 
คุณพิงค์
 

เริ่มจากดูความต้องการของทั้งสองฝ่ายค่ะ ว่าอยากได้อะไร จากนั้นควรหาข้อมูลทั้งทางบวกทางลบของสิ่งที่ชอบ แต่ไม่มากจนเกินไปนะคะ อย่าลืมว่ารายละเอียดงานแต่งนั้นเยอะมากทั้ง งานหมั้น งานเลี้ยง ชุดแต่งงาน การ์ด ของชำร่วย สถานที่ ช่างแต่งหน้า-ทำผม ช่างถ่ายภาพ และอื่นๆอีกจิปาถะ

หากเป็นผู้ที่มีเวลาและอยากติดต่อเองในทุกๆอย่าง ก็ลองสู้ดูสักตั้งค่ะ แต่ถ้าประเมินดูแล้วว่าหลายๆอย่างเป็นสิ่งที่เราไม่คุ้นเคย ไม่มี contact ควรมีตัวช่วยค่ะ พิ้งค์มองว่า wedding planner เป็นตัวช่วยสำคัญค่ะ เพราะสามารถช่วยเหลือคู่บ่าว-สาวที่ไม่มีความรู้เรื่องการจัดงาน รวมถึงถ้าคุณทั้งคู่เป็นคนที่ไม่มีเวลาว่างมากนัก การได้พบตัวช่วยที่สามารถให้ความรู้หรือข้อมูลแก่คุณได้อย่างครบถ้วน จะช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายของคุณได้มากค่ะ

 

การเลือกซื้อแพ๊กเกจงานแต่งงานตามงานแฟร์ต่างๆ มีโอกาสสูงค่ะว่าจะไม่ได้รับบริการที่ดีหรือครบถ้วนอย่างที่ตกลงกันไว้ ยกเว้นแต่ว่ามีคนรู้จักที่รับบริการแล้วพบว่าดีจริงๆ ค่อยซื้อนะคะ

โดยส่วนตัวไม่พบปัญหาในการเตรียมงานแต่งค่ะ เนื่องจากการเตรียมตัวเรื่องงานจัดเลี้ยงทำตาม schedule ที่พี่เปิ้ลจัดเตรียมไว้ค่ะ เลยไม่เรื่องขลุกขลักใดๆเลยค่ะ

จะมีที่เหนื่อยมากหน่อยคงเป็นงามหมั้นตอนเช้า เพราะจัดที่บ้านค่ะ ต้องเตรียมสถานที่และจัดบ้าน คงอยากแนะนำว่าอย่าจัดงานที่บ้าน ถ้าคุณไม่มีเวลาและกำลังคนที่พอเพียงค่ะ เพราะคุณและครอบครัวจะเหนื่อยกับการเตรียมงานทุกอย่างมาก

 

ทุกๆอย่างและทุกช่วงเวลาของงานค่ะ เพราะความสวยงามของรูปแบบและบรรยากาศงาน ทุกๆอย่างไม่มีที่ติ และทุกรายละเอียดที่เกิดขึ้นในงานผ่านการตัดสินใจของเราทั้งสองคน และเกิดจากคำแนะนำที่เหมาะสมค่ะ ดังนั้นเมื่อทุกอย่างออกมาอย่างที่คิดไว้ก็ไม่มีอะไรนอกเหนือจาก “Perfect” ค่ะ

 

ไม่มีจริงๆค่ะ อาจเป็นเรื่องของเวลาที่แขกมากันเร็วมาก คือ ประมาณ 5 โมงครึ่งเริ่มทยอยมากันแล้ว ทำให้ไม่มีเวลาทานอะไรรองท้องได้มาก เพราะต้องออกไปรับแขกที่หน้างาน (แต่ก็ได้พี่เปิ้ลค่ะ นั่งประกบแล้วบอกว่ากินข้าวเยอะๆน้องจะได้อยู่ท้อง ช่วยได้จริงๆค่ะ)

 

ค่า wedding planner ค่ะ เพราะเมื่อมานั่งคิดถึงทุกๆอย่างที่เกิดขึ้น งานที่สมบูรณ์แบบ บริการและคอนเนคชั่นทุกๆอย่างที่ได้รับเกี่ยวกับงานแต่งงานถือว่าดีมากค่ะ เราสองคนสามารถประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นไปได้เยอะจริงๆค่ะ

 

ส่วนประกอบที่มีในงานแต่งทุกอย่างรู้สึกว่าสมราคาค่ะ ไม่รู้สึกว่ามีอะไรที่ไม่คุ้มราคาเลยค่ะ

   
 
Page: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11