Go to Apple's Advice

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ชุดเจ้าสาวในฝัน..ตอนที่ 1

 

“ ในที่สุด....ชั้นก็ได้แต่งงานกับเขาซะที ” ทันทีที่ถูกขอแต่งงานเราก็จะเริ่มนั่งฝันหวานเห็นภาพตัวเองได้ใส่ชุดเจ้าสาวกระโปรงพองบาน ใส่ผ้าคลุมผมยาวลากพื้น ถือดอกกุหลาบสีชมพูช่อใหญ่ เดินไปตามทางเดินที่มุ่งไปหาเจ้าบ่าวที่ยืนรออยู่ที่ปลายทาง เหมือนที่ฝันไว้ตอนเป็นเด็กหญิง จะต่างกันก็ตรงที่ ชุดเจ้าสาวของเรานะไม่มีนางฟ้าใจดีมาเนรมิตให้ แต่เราต้องหามาใส่เองเนี่ยนะซิ พอนึกได้แค่นี้...ก็ถูกความเครียดจู่โจมอย่างไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว

ทั้งๆที่เราก็เคยเลือกซื้อเสื้อผ้าใส่เองมาเป็นร้อยเป็นพันชุดแล้ว แต่ทำไมการเลือกชุดเจ้าสาวเพียงชุดเดียวกลับกลายเป็นเรื่องที่หนักอึ้งเกินกว่าผู้หญิงอย่างเราๆจะรับไหว ดังนั้นเราคงต้องมองหาเคล็ดลับในการเลือกชุดเจ้าสาวที่เหมาะกับเราที่สุดกันดีกว่า

สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่ามือคลำ สิบมือคลำไม่เท่าได้ลองใส่ชุดด้วยตัวเอง เจ้าสาวสมัยนี้มักเห็นว่าการเสียเงินตัดชุดเจ้าสาวที่จะใส่เพียงครั้งเดียวในชีวิตเป็นเรื่องสิ้นเปลือง จึงตกลงใจที่จะใช้ชุดของสตูดิโอทันที ทั้งๆที่ยังไม่ได้ทำการบ้านเลย แขกทุกคนที่มาร่วมงานแต่งงานต่างก็ต้องการมาดูว่าเจ้าสาวสวยขนาดไหน ดังนั้นอย่าเพิ่งรีบด่วนตัดสินใจก่อนจะออกไปทำการล่าหาชุดสวย อย่าเพิ่งรีบปิดทางเลือกของตัวเองนะคะ เรื่องความสวยนะ..ยอมกันไม่ได้อยู่แล้ว เรามาช่วยกันทำการบ้านก่อนจะตัดสินใจเถอะค่ะ

สิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรกคือ ลองเปิดหาดูแบบชุดเจ้าสาวตามนิตยสาร นิตยสารสำหรับเจ้าสาวของเมืองไทยนั้นมีให้เลือกไม่มากนัก จะลองหาของต่างประเทศมาดูเพิ่มเติมก็ได้คะ ในหนึ่งเล่มมีแบบชุดเจ้าสาวให้ดูเป็นหลายร้อยแบบ..ดูกันตาแฉะเลยละค่ะ แถมยังเต็มไปด้วยไอเดียเก๋สำหรับทรงผม..ช่อดอกไม้..ของชำร่วย ไอเดียสุดโปรดของดิฉัน..ก็ขนมเค้กแต่งงานคะ ลองหามาดูสักเล่มซิคะ

เราไม่จำเป็นต้องหาดูแต่ชุดเจ้าสาวเพียงอย่างเดียว ชุดราตรีก็เอามาประยุกต์ได้คะ เราต้องพยายามเสาะหาร้านตัดชุดเจ้าสาวและสตูดิโอที่เข้าท่าในสายตาเรา ลองนึกถึงงานแต่งงานที่เราเคยไปและประทับใจในชุดเจ้าสาวของเขา รีบกริ๊งกร๊างไปหาเขาเลย ไม่ต้องเกรงใจ เพราะผู้หญิงทุกคนต้องดีใจแน่ๆ ถ้าได้รู้ว่ามีคนแอบปลื้มชุดเจ้าสาวของตัวเองอยู่ ในขั้นตอนนี้เราอย่าเพิ่งไปจำกัดตัวเองว่า...จะต้องมองหาชุดเจ้าสาวอยู่แบบเดียว เช่น ชั้นเป็นคนช่วงล่างใหญ่...ขอแบบกระโปรงบานเท่านั้น ลองทำใจให้สบายเลือกดูสไตล์ที่เราชอบ ชอบแบบไหนก็เก็บแบบไว้เลย อย่าลืมแอบปรึกษาเจ้าบ่าวดู..เขาอาจอยากให้เราใส่ชุดเซ็กซี่สุดๆเลยก็ได

 

ต่อมาก็ต้องขอไปเห็นกับตา หลังจากเราได้ทำลิสต์ชื่อร้านชุดเจ้าสาวและสตูดิโอที่เราสนใจแล้ว ก็เริ่มโทรไปสอบถามข้อมูลดังนี้

•  วิธีการไปร้าน ตั้งอยู่ในซอกซอยไหน จอดรถอย่างไร

•  ร้านเปิดวันไหนบ้าง เวลาเปิดและปิดร้านคือกี่โมง ดีไซนเนอร์ประจำร้านชื่ออะไร

•  ร้านรับตัดชุดอย่างเดียว หรือรับเช่าชุด และเช่าตัดด้วย (เช่าตัดคือ ร้านตัดชุดใหม่ให้เรา เป็นขนาดของเรา แต่ชุดเป็นของร้านค่ะ ใส่เสร็จแล้วต้องคืนร้านไป อันนี้จะราคาสูงกว่าเช่าชุด แต่ก็ประหยัดกว่าตัดชุดใหม่)

•  ขอนัดพบดีไซนเนอร์ โดยโทรไปนัดอย่างเป็นทางการ และพยายามรักษาเวลาในการไปพบด้วย เพื่อไม่ให้เสียเวลาทั้งสองฝ่าย และเป็นการสร้างความประทับใจไว้ก่อนเลย เพราะเราหวังผลในอนาคตคะ ก็ชุดจะสวยขนาดไหน..อยู่ในมือเขานี่คะ และไม่มีใครชอบคนมาสายหรอกคะ

•  อย่าลืม..ฝันให้เต็มที่เลยนะคะ ว่าอยากใส่ชุดเจ้าสาวแบบไหน ลองนึกภาพตัวเองได้ลองชุดเจ้าสาวเป็นสิบแบบยืนหมุนตัวอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ จะมีความสุขขนาดไหน บางชุดอาจแพงระยิบจนซื้อไม่ไหวแต่ขอได้ลองพอเก็บไปฝันก็สนุกดีคะ

จากนั้นให้เริ่มวางเส้นทางที่เราจะไป เช่น สายสุขุมวิท สายลาดพร้าว การจราจรในกรุงเทพฯไว้ใจไม่ได้ น้ำมันก็แพงจัง และเราควรใช้เวลาให้มีค่ามากที่สุด เพราะเจ้าสาวยุคใหม่อย่างเรามีเรื่องต้องทำตั้งหลายอย่าง ก็ตั้งตนเป็น Wedding planner ไปแล้วนี่คะ เหนื่อยหน่อยเป็นของธรรมดา ถึงแม้บางทีอยากจะเป็นบ้าไปเลยก็ตาม

ก่อนจะเริ่มทัวร์ล่าหาชุดเจ้าสาวในฝัน เรามาดูเคล็ดลับที่ควรรู้กันหน่อยดีกว่า

•  ไม่ว่าร้านเสื้อนั้นจะมีราคาสูงขนาดไหน ก็อย่าเพิ่งตัดออกจากลิสต์ที่จะไปดู เพราะไปลองดูชุดไม่เสียตังค์ค่ะ และอาจมีชุดราคาอยู่ในงบประมาณซ่อนอยู่ก็ได้

•  อย่าอายที่จะบอกดีไซเนอร์ว่า เรามีร่างกายตรงส่วนไหนบ้างที่เราไม่ชอบ ไม่ว่าจะเป็น ต้นขาใหญ่ มีหน้าท้อง เพราะถ้าเรามีรูปร่างนางแบบ เราคงไม่ต้องพึ่งดีไซเนอร์เนรมิตเราให้เป็นเจ้าสาวที่สวยไม่มีที่ติหรอกค่ะ

•  อย่าคาดหวังว่าเมื่อเราไปถึงร้าน จะมีคนวิ่งมาต้อนรับบริการเราอย่างเต็มที่เพราะเราเป็นเจ้าสาว (ถึงแม้จะมีเสียงตะโกนก้องในหัวของเราว่า “ ได้ยินไหมคะ..ชั้นกำลังจะเป็นเจ้าสาวแล้วววว ” ) เพราะอันที่จริง เราก็คือลูกค้าอีกคนที่เข้ามาดูเสื้อในร้านเท่านั้นเอง

•  อย่าลืมถือแบบชุดที่เราชอบไปด้วย จะได้ไม่ต้องเสียเวลาเปิดหาดูแบบที่ร้านนาน ยิ่งถ้าสามารถรายละเอียดความชอบของเราได้มาก ดีไซนเนอร์ก็ยิ่งชอบค่ะ ไม่ว่าจะเป็นลายเลื่อม ลูกไม้ หรือเนื้อผ้า...

•  เนื่องจากเราอาจต้องลองชุดเจ้าสาวหลายชุด ในขณะเดียวกันเราต้องการให้ดีไซเนอร์ได้เห็นสัดส่วนของเราด้วย จึงควรเลือกชุดที่เข้ารูป แต่ถอดและสวมใส่ง่าย เสื้อกระดุมหน้าจะดีมากค่ะ เพราะทำให้ผมไม่ยุ่ง สวมรองเท้าที่มีความสูงประมาณที่เราต้องการใส่ในวันงาน หากผมยาวก็เตรียมกิ๊บหนีบเกล้าผมไปด้วยนะค่ะ (เรื่องความสูงของรองเท้า..มีบรรยายไว้ใน ” รองเท้าแก้ว ” คะ ลองคลิกอ่านดู)

•  เรื่องลับอีกเรื่องคือ ชุดชั้นใน ควรสวมเสื้อชั้นในแบบเสริมทรงและไม่มีสายนะคะเพราะชุดส่วนใหญ่จะเปลือยไหล่คะ และในการลองชุดเจ้าสาวส่วนใหญ่ต้องมีคนที่ร้านช่วยใส่ให้ ดังนั้นควรสวมชุดชั้นในที่เรามั่นใจว่าให้คนอื่นเห็นแล้วเราไม่อาย สุดท้ายระวังลิปสติกเปื้อนชุดเวลาลองชุดเจ้าสาว ถ้าตัวเองเป็นคนไม่ค่อยระวังจะให้ปลอดภัยก็ไม่ทาลิปสติกเลยดีกว่าคะ

•  สมุดโน้ตเล่มเล็ก พร้อมปากกาเอาไว้บันทึกข้อมูลไงค่ะ

•  อย่าเพิ่งใจร้อนรีบตกลงใจตัดหรือเสียมัดจำเช่าชุดกับร้านไหน ถ้ายังดูร้านไม่ครบตามลิสต์ที่ตั้งใจไว้

 

ข้อสุดท้ายนี้ท่องให้ขึ้นใจเลยนะค่ะ เจ้าสาวหลายคนมักหมดกำลังใจ เมื่อไปร้านตัดชุดเจ้าสาว แล้วไม่มีโอกาสพบดีไซเนอร์ บางทีถึงเราจะนัดไปก่อนแล้วแต่ก็ต้องมีเหตุให้ไม่ได้พบ ได้เจอแต่เด็กเฝ้าร้าน...เลยฝันสลาย ลองชุดไปก็ไม่มีอารมณ์ พอไปร้านไหนที่ได้เจอดีไซนเนอร์ปุ๊ป..ก็ตกลงใจตัดชุดทันทีกับดีไซนเนอร์คนแรกที่ได้เจอ หรือเมื่อไปสตูดิโอก็ถูกคนขายพูดจาเกลี้ยกล่อมสารพัด เราก็อยากประหยัดงบประมาณอยู่แล้ว เลยตกลงมัดจำไปเสียเลย เสียน้อยเสียยาก...เสียมากเสียง่ายค่ะ ใจเย็นๆ สูดหายใจลึกๆ เราไม่ได้จะแต่งงานพรุ่งนี้นี่นา และเราต้องการของที่ดีที่สุด ไม่ใช่ของที่พอยอมรับได้ ใช่ไหมค่ะ

ยังคะ..ยังไปไม่ได้หากยังไม่ได้ทำสิ่งที่สำคัญที่สุด ก็จัดสรรงบประมาณไงล่ะคะ เจ้าสาวควรจะรู้ตัวเลขที่เรายินดีจะจ่ายสำหรับชุดเจ้าสาวก่อน ความคิดที่ว่า “ ชุดเจ้าสาวใส่ครั้งเดียวในชีวิต ” นี่มองได้หลายมุมนะคะ บางคนอาจจะทุ่มทุนสร้างเต็มที่ ในขณะที่บางคนขอจ่ายน้อยที่สุดที่ทำได้ เท่าไหร่คือตัวเลขที่เหมาะสม ต้องขอบอกว่าถ้าขอชุดกลางๆก็อยู่ที่สองถึงสามหมื่นบาท ถ้าอยากๆได้ชุดสวยมากๆดั่งฝันก็ประมาณห้าหมื่นบาทขึ้นไปคะ อย่างไรก็ตามเมื่อไปถึงร้านเสื้องบประมาณเหล่านี้ก็ปรับกันได้คะ

ค่าชุดเจ้าสาวและค่าแต่งหน้า-ทำผม มักจะไม่รวมอยู่ในงบประมาณการจัดงาน และไม่ได้กำหนดว่าทางเจ้าสาวจะต้องเป็นฝ่ายออก บางครอบครัวทางฝ่ายเจ้าบ่าวก็เสนอรับผิดชอบค่าใช้จ่ายตรงส่วนนี้ หลังจากตกลงกันได้ถึงงบประมาณก้อนนี้แล้ว เราก็มากะประมาณค่าแต่งหน้า-ทำผม ซึ่งมักอยู่ระหว่าง 4 ,000 – 12,000 บาท แล้วแต่ว่าเราจะเอาช่างระดับไหน ซึ่งราคาสูงอาจจะไม่ได้แปลว่าจะต้องถูกใจเจ้าสาวเสมอไป ต้องดูสไตล์ลักษณะการแต่งหน้าและทำผมเป็นหลักนะคะไม่ใช่ราคา การที่เราต้องกะงบประมาณกันไปก่อนก็เพราะเราจะได้ดูว่าที่ราคานี้เราจะได้ชุดสวยขนาดไหนในแต่ละร้าน เจ้าสาวก็ต้องเลือกของที่คุ้มค่าเงินที่สุดถูกไหมคะ ก็จะต้องเป็นแม่บ้านแล้วนี่นา..ก็หัดกดเครื่องคิดเลขกันตอนนี้เลย

เมื่อเรารู้เส้นทางที่จะไปรบ ชุดนักรบก็เตรียมแล้ว แถม..อาวุธยังครบมือ ตอนต่อไปก็เตรียมลุย ออกล่าหาชุดเจ้าสาวในฝันกันเลย ดูซิว่า เราจะมีแผนการอย่างไรในการผ่านด่านดีไซเนอร์ และการรับมือกับอีกหลากหลายเรื่องในการสู้ศึกครั้งนี้ ระหว่างนี้หมั่นทำการบ้านซ้อมรบไปก่อนนะคะ แล้วพบกันค่ะ

Bride Tips

•  ใช้โพสต์-อิทแปะหน้านิตยสารที่เราชอบและโน๊ตไว้ว่าประทับใจอะไร

•  ถ้ายังกะงบประมาณไม่ได้ก็เอาต่ำไว้ก่อน เวลาเพิ่มงบฯมันง่ายแต่เวลาลดงบฯมันยากคะ โดยเฉพาะเรื่องความสวยความงาม

•  พยายามหาดูแบบทั้งชุดหมั้น ชุดรับตัวหรือชุดรดน้ำ และชุดเจ้าสาว ทั้งหมดให้ได้ว่าชอบแนวไหน เวลาไปเยี่ยมร้ายจะได้ประหยัดเวลา

•  ก่อนออกไปเยี่ยมร้านหนึ่งวันควรโทรไปคอนเฟิร์มตามที่ได้นัดดีไซนเนอร์ไว้

•  พยายามเลือกร้านที่เราเคยเห็นฝีมือมาก่อน ยิ่งถ้าเพื่อนเคยใช้..นี่จะลดความเสี่ยงไปได้มาก

 

นิยดา

(โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ...)

ชุดเจ้าสาวในฝัน..ตอนที่ 2

ชุดเจ้าสาวในฝัน..ตอนที่ 3 ชุดเจ้าสาวในฝัน..ตอนที่ 2