Go to Apple's Advice

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ชุดเจ้าสาวในฝัน..ตอนที่ 3 (ตอนจบ)

 

 

เป็นยังไงบ้างคะ ไปลองชุดเจ้าสาวมากี่ร้านแล้ว...สนุกไหมคะ หลังจากที่เจ้าสาวพอจะได้ไอเดียแล้วว่าตัวเองเหมาะกับชุดแบบไหน และพอจะเลือกร้านเสื้อหรือสตูดิโอได้แล้ว ก่อนที่เราจะมาฝึกวิชาบทสุดท้ายขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า ขอให้เจ้าสาวทั้งหลายเลือกสิ่งที่ตัวเองชอบที่สุด และเป็นแบบที่เราใส่แล้วมั่นใจนะคะ “ เราเป็นเจ้าสาว ” ท่องเอาไว้คะ มาค้นหาชุดเจ้าสาวในฝันกันต่อเถอะคะ

ในการตกลงราคาชุดเจ้าสาวนอกจากต้องเลือกแบบแล้ว ต้องตกลงเรื่องอะไรบ้าง (ในการเช่าตัดก็ต้องลงรายละเอียดเช่นเดียวกันนี้)

•  เนื้อผ้าของชุดเจ้าสาว เนื้อผ้าชีฟอง เนื้อผ้าไหมว่าใช้แบบกี่เส้น ต้องตกลงกันให้แน่นอน เพราะเนื้อผ้าต่างกัน ราคาต่าง และให้ความรู้สึกที่ต่างกันด้วย หากไม่รู้จักผ้าที่ทางร้านเสนอไม่ต้องอาย..ขอดูตัวอย่างกันเลยดีกว่า เนื้อผ้าซับในก็ต้องเลือกนะคะ ยิ่งถ้าสำหรับรองผ้าชีฟองหรือผ้าแก้วด้วยแล้ว เนื้อผ้าซับในสามารถทำให้อารมณ์ของผ้าเปลี่ยนไปได้เลย

•  ลายปัก จะปักส่วนใดบ้าง ด้านหน้า ด้านหลัง ชายกระโปรง ปักมากน้อยแค่ไหน

•  ลูกไม้ ชนิดลูกไม้ที่ใช้ เป็นลูกไม้ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส อิตาลี ราคาก็จะต่างกัน ควรตกลงกันเลยนะคะ

•  ราคาที่ตกลงรวมค่าสุ่มหรือไม่ เจ้าสาวบางคนเป็นพวกแอนตี้สุ่ม คือชั้นขอไม่มีสุ่มไม่ว่าชุดจะเป็นอย่างไรก็ตาม ขอบอกข้อดีของสุ่มก่อนว่า สุ่มจะช่วยให้กระโปรงคงรูปอยู่ได้ไม่ว่าคุณจะขยับตัวหรือเดินมากขนาดไหนก็ตาม ร้านที่เย็บสุ่มดีๆจะไม่ต้องมีคนมาคอยขยับตีกระโปรงให้บานสวยเลยละคะ จัดทรงครั้งเดียวก็สวยเสมอตลอดงานเลย หากจะไม่เอาสุ่มเลยนี่คิดให้ดีนะคะ เพราะไม่ใช่เฉพาะชุดกระโปรงพองบานเท่านั้นที่ต้องใช้สุ่ม จะทรงหางปลา หรือ ทรงเอบานเล็กน้อย ใส่สุ่มจะเพิ่มความสวยได้อีกมากคะ

•  ราคารวมค่าซักแห้งหรือไม่ ถ้ารวมซักกี่ครั้ง หากเราต้องจ่ายเพิ่มเองค่าซักครั้งละเท่าไหร่ (แนะนำว่าให้ทางร้านซักให้จะดีที่สุด แต่ร้านส่วนใหญ่จะไม่รับผิดชอบเรื่องผ้าหด อันนี้เผื่อใจไว้เลยคะ) อย่างไรก็ตาม..ชุดเจ้าสาวที่เพิ่งตัดเสร็จไม่ควรซักก่อนใช้งานนะคะเพราะโอกาสหดมีสูง แล้วถ้ามาหดจนเห็นผ้าซับในสองวันก่อนใช้งานละก็..ไม่สนุกแน่ๆคะ ตัดเสร็จใส่ก่อนนะคะแล้วจึงส่งซัก

•  หลังจากนำชุดไปใส่ในงานแล้ว หากชุดถูกเหยียบมากจนต้องซ่อม ทางร้านคิดค่าซ่อมชุดเพิ่มภายหลังหรือไม่ (ไม่ต้องตกใจ ชุดเจ้าสาวจะต้องถูกเหยียบชายกระโปรงจนดำอยู่แล้ว เป็นเรื่องธรรมดา และมักจะทำให้เลื่อมที่ปักชายกระโปรงแตกเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นกระโปรงบานหรือแคบก็เป็นเหมือนกัน)

•  หากถูกถามเรื่องวันแต่งงานที่ต้องใช้ชุด ให้บอกวันเร็วกว่าวันจริง 1 สัปดาห์ (ถ้ากำหนดไว้วันที่ 25 ให้บอกว่าเป็นวันที่ 18) เชื่อเถอะคะ ว่าคุณไม่อยากได้ชุด 1 วันก่อนวันงานแน่ๆ (แต่ถ้าเช่าตัด ต้องบอกวันใช้ชุดจริง) อันนี้แนะนำเพื่อน บางคนไม่ได้ทำตาม สุดท้ายนั่งแทบไม่ติด เพราะ 3 วันก่อนวันงานยังนัดลองชุดกันอยู่เลย เพื่อนโทรมาบ่นว่าเป็นอย่างที่เราเตือนไว้เลย

•  ราคานี้รวมการตัดผ้าดิบหรือยัง ถ้าร้านไหนไม่มีลองผ้าดิบนี่ดิฉันกลัวแทนเจ้าสาวจริงๆ ลองตัดผ้าดิบ คืออะไร ดิฉันเองก็มารู้จักครั้งแรกก็ตอนตัดชุดเจ้าสาวนี่แหละคะ

 

ในการตัดชุดเจ้าสาวที่ดี หลังจากตกลงแบบกันได้แล้ว ทางร้านจะต้องใช้ผ้าดิบลองตัดชุดเหมือนจริงขึ้นมาให้เราลองก่อน จากนั้นตัวเจ้าสาวกับดีไซนเนอร์ก็จะช่วยกันออกความคิดเห็น แก้ไขแบบ แก้ไขทรงเสื้อ แก้ไขไปเรื่อยจนกว่าจะเป็นที่พอใจของทั้งสองฝ่าย ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะเราจะแก้ไขอย่างไรก็ได้ แต่หากตกลงและเริ่มตัดซับในและผ้าจริงแล้ว การแก้ไขทรงจะทำให้ผ้าช้ำ ผ้าไม่สดสวย ดังนั้นเวลาลองผ้าดิบอย่าลืมลองนั่ง คุกเข่า เดินไปมา ซ้อมยกมือไหว้ ซ้อมตัดเค้กแต่งงาน เอาให้สบายตัวในทุกอิริยาบถ เพราะถ้าเราไม่มั่นใจในการใส่ชุดแล้ว ต่อให้ใส่ชุดเจ้าสาวราคาเป็นแสนก็ออกมาดูแย่ได้เหมือนกัน

หลังจากสำรวจจนครบแล้ว กลับมาตั้งสติ ดูข้อมูลที่เราจดบันทึกไว้ ดูข้อดีข้อเสีย ชั่งใจให้ดี การที่ดีไซนเนอร์บางคนบอกว่าชุดที่เราชอบไม่เหมาะกับเรา อย่าเพิ่งตัดเขาทิ้ง ลองเปิดใจให้กว้าง เพราะไม่มีดีไซนเนอร์คนไหน อยากให้ลูกค้าตัวเองไม่สวย และเขาก็มีประสบการณ์มากกว่า ซึ่งเราก็อยากจะพึ่งเขาตรงนี้ อย่างไรก็ตามคนที่จะไปรับบริการกับทางร้านคือเรา เอาให้แน่ใจว่าตัวเองชอบที่สุด เพราะเมื่อตัดสินใจแล้วก็ถอยไม่ได้แล้วคะ แต่ถ้าไม่อยากเสี่ยง และมีเวลามากพอ อาจลองตัดชุดหมั้น หรือชุดรับตัวกับทางร้านดูก่อน แล้วค่อยตัดชุดเจ้าสาวทีหลัง (แต่อาจไม่ค่อยประหยัดงบประมาณเท่าไหร่) มีเพื่อนบางคนเหมือนกันที่เปลี่ยนร้านตัด เพราะชุดหมั้นออกมาไม่เหมือนอย่างที่คุยกันไว้ และใส่แล้วไม่สบายตัวทำให้ไม่มั่นใจ

ขอสอดแทรกเคล็ดลับอีกข้อ บางครั้งการเลือกแบบชุดเจ้าสาวเราก็ต้องดูรูปร่างเจ้าบ่าวด้วย หากเจ้าสาวตัวเล็กผอมบางกว่าเจ้าบ่าวมาก ก็ไม่ควรเลือกชุดเกาะอกเพราะจะยิ่งทำให้ตัวเองดูตัวเล็ก และเน้นย้ำว่าเจ้าบ่าวตัวใหญ่มากๆ ซึ่งทำให้ยืนด้วยกันแล้วดูไม่ดี ดีไซนเนอร์ที่ชำนาญมากหน่อยก็จะขอดูตัวเจ้าบ่าวด้วยเพื่อเป็นข้อมูลในการออกแบบชุดเจ้าสาว หรือหากเจ้าบ่าวตัวพอๆกันกับเจ้าสาวก็ไม่ควรเลือกแบบกระโปรงบานฟูฟ่องนะคะ เดี๋ยวจะบดบังรัศมีเจ้าบ่าวหมด ยังไงซะงานแต่งงานนี่เราฉลองการเริ่มใช้ชีวิตคู่จึงควรเลือกแบบที่ทำให้ทั้งคู่ดูสมกัน ทำให้แขกรู้สึกว่าเหมาะสมกันเหลือเกินคะ

 

หลังจากรวบรวมข้อมูลได้ทั้งหมดแล้วก็ตัดสินใจลงมือเลยนะคะ จะเอาให้ปลอดภัยได้ชุดสวยสมใจ และทันใส่แบบไม่มีเสียว..ก็ควรตกลงใจเริ่มลงมือก่อนวันงานอย่างน้อยสามเดือน ถ้าสี่เดือนขึ้นไปได้ยิ่งดีใหญ่คะ เจ้าสาวจะได้มีสุขภาพจิตที่ดี และหากมีอะไรที่ออกมาไม่เหมือนที่วาดฝันไว้จะได้แก้ไขได้ทัน ใครจะว่าเราบ้าเห่อไม่ต้องสนใจนะคะ ส่วนเรื่องรูปร่างนะคะ คือเจ้าสาวส่วนใหญ่จะขอเวลาไปลดความอ้วนมาก่อนจึงจะตัดชุด เจ้าสาวเกือบทุกคนจะน้ำหนักลดไปเองโดยไม่รู้ตัวคะ เพราะยิ่งใกล้วันงานก็ยิ่งเหนื่อย งานประจำก็ต้องทำและยังต้องเตรียมการสารพัด แทบจะไม่ได้กินไม่ได้นอนกันเลย และการเก็บชุดเข้าก็ง่ายกว่าการขยายออกคะ ขอแนะนำว่าให้ตัดไปเลยคะไม่ต้องรอ เพราะสุดท้ายจะมีอยู่สองอย่างคือ หากลดไม่ได้ก็น้ำหนักเท่าเดิม และหากลดได้ก็เก็บชุดเข้าเท่านั้นเอง ก็พยายามอย่าเพิ่มน้ำหนักนะคะ บอกเจ้าบ่าวให้คอยกระทุ้งก่อนขนมจะเข้าปากก็แล้วกัน

มีเจ้าสาวอยู่คนหนึ่งตกลงใจตัดชุดจ่ายเงินมัดจำแล้วครึ่งหนึ่งสองเดือนครึ่งก่อนวันงาน หลังจากรับเงินแล้วทางร้านไม่โทรมานัดลองเสื้อเลย ผ่านไปสองอาทิตย์เจ้าสาวโทรไปถาม ดีไซนเนอร์ตอบว่าไม่ต้องรีบหรอกตัดเดือนเดียวก็ทัน ผ่านไปอีกหนึ่งเดือนเจ้าสาวโทรไปถามอีก ดีไซนเนอร์ตอบว่าเริ่มตัดแล้ว แต่ขออาทิตย์หน้ามาลองครั้งแรกนะ หลังจากลองเสื้อครั้งแรกไปแล้ว ทางดีไซนเนอร์ก็ไม่ยอมรับโทรศัพท์เจ้าสาวอีกเลย จนกระทั่งเหลือสิบวันก่อนวันงานจึงนัดลองครั้งที่สอง กว่าจะมาได้ชุดเจ้าสาวก็หนึ่งวันก่อนวันงานนะคะ อ่านแล้วตื่นเต้นดีมั้ยคะ ขนาดดิฉันไม่ใช่ตัวเจ้าสาวยังช่วยเพื่อนลุ้นจนตัวโก่งเลยคะ เนื่องจากเจ้าสาวจ่ายเงินมัดจำไปมากเหมือนกันจึงจะเปลี่ยนร้านตัดก็ไม่ได้ จะบ่นต่อว่ามากก็กลัวดีไซนเนอร์โกรธเดี๋ยวจะตัดชุดให้ไม่สวย อย่างที่บอกว่าจ่ายเงินมัดจำตกลงกันแล้วก็ถอยไม่ได้ จึงขอให้วิเคราะห์ทางเลือกต่างๆให้ดีก่อนจะตัดสินใจ ส่วนชุดเจ้าสาวออกมาเป็นยังไงขออนุญาตไม่เล่าต่อดีกว่า

กว่าจะได้ชุดเจ้าสาวในฝันมาสวมใส่ ก็ต้องออกแรงเหนื่อยกันหน่อย ข้อแนะนำเหล่านี้มาจากประสบการณ์จริงของตัวเองและคนรอบข้าง ซึ่งเชื่อว่าเจ้าสาวทุกคนมีโอกาสตัดชุดเจ้าสาวเพียงครั้งเดียว จึงคงไม่มีใครอยากลองถูกลองผิด ขอลองแล้วถูกที่สุดในครั้งเดียวเลยดีกว่า สิ่งที่ต้องขอให้เจ้าสาวทุกคนจำให้ขึ้นใจ คือ เราคือคนที่จะใส่ชุดเจ้าสาว ดังนั้นต้องถูกใจเราที่สุด ใส่แล้วเรามั่นใจที่สุด แล้วแขกทุกคนที่หวังมาดูเจ้าสาวแสนสวยของงานก็จะไม่ผิดหวังจริงไหมคะ

 

Bride Tips

•  หากตกลงใจตัดชุดกับร้านไหนแล้ว ก็จงมั่นใจให้เต็มที่ ใครมาทักอะไรก็อย่าเข้วนะคะ

•  อย่าลืมซื้อขนม มีของติดไม้ติดมือไปฝากดีไซนเนอร์และเด็กในร้านบ้าง ไม่จำเป็นต้องมีทุกครั้งนะคะ และของที่นำไปก็ไม่ควรถูก หรือแพงเกินไป เน้นของอร่อยดีที่สุด เพิ่อเพิ่มความสนิทสนม และซื้อใจเขาไปด้วยในตัว

•  พยายามอย่าปิดกั้นตัวเอง และกล้าที่จะถาม หรือออกความคิดเห็น

•  หากตัดสินใจเลือกแบบ และเริ่มลงมือตัดชุดแล้ว การพาเพื่อน หรือญาติไปเป็นเพื่อนลองชุดเจ้าสาว อาจไม่ใช่เรื่องที่ดี เพราะถ้าเขาทักโน่นทักนี่ ก็มีแต่จะทำให้เราไม่มั่นใจ ยิ่งถ้าลงมือตัดไปแล้วก็แก้ไขได้ยาก ทำให้ตัวเองกลุ้มใจเปล่าๆ (ตอนที่ดิฉันลองชุดเจ้าสาว นี่ไปคนเดียวทุกครั้ง แม้แต่เจ้าบ่าวก็ไม่ได้พาไปคะ พาเขาไปดูตอนชุดเสร็จแล้วเท่านั้น)

•  ควรตัดสินใจเรื่องชุดเจ้าสาวล่วงหน้าก่อนวันงานอย่างน้อย 4 เดือน เพราะถ้าตัดสินใจไปแล้ว เวลาผ่านไปหนึ่งเดือน ยังทิ้งเงินมัดจำและกลับตัวกลับใจไปใช้บริการร้านอื่นได้ทัน

•  สุดท้ายก็ท่องไว้นะคะ “ เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย ” อย่าควักเงินจ่ายใคร จนกว่าจะมั่นใจว่าได้พิจารณาทุกทางเลือกแล้วจริงๆ

 

นิยดา

ชุดเจ้าสาวในฝัน..ตอนที่ 1

ชุดเจ้าสาวในฝัน..ตอนที่ 2