Go to Apple's AdviceGo to Webboard

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

7 เคล็ดลับจัดงาน Perfect Wedding..

 

เจ้าสาวคนไหนๆ ก็อยากจัดงานแต่งงานออกมาให้ Perfect กันทั้งนั้น..จริงมั๊ยคะ แต่การที่จะได้มานั้น มันไม่ง่ายเลยค่ะ อันที่จริงมีปัจจัยมากมายที่จะนำไปสู่ Perfect Wedding ดิฉันได้รวบรวมเอามาฝาก เฉพาะอันที่มักจะเกิดขึ้นบ่อยๆ อันที่เจ้าสาวมักจะพลาดไปง่ายๆกับเรื่องพวกนี้ เพราะคิดไม่ถึง.. เรียกว่า ตกม้าตายกันซะง่ายๆ ทั้งที่ตั้งใจไว้แล้วว่า อยากทำทุกอย่างให้ออกมาดีที่สุด แต่พอถึงเวลาก็พลาดซะง่ายๆอย่างนั้น มาลองอ่านกันดูนะคะ ว่าข้อควรคำนึงถึงได้แก่อะไรบ้าง

อย่ารีบร้อน

แน่นอนค่ะ..คู่บ่าวสาวมากมายต่างตื่นเต้นกับงานแต่งงานของตนเอง ทำให้รีบวางมัดจำบริการต่างๆทันที ทั้งๆที่ยังไม่ได้ศึกษาให้ถ้วนถี่ บางครั้งลูกค้ามาหา Wedding Planner หลังจากที่จ่ายมัดจำร้านดอกไม้ไปแล้ว ทำให้คู่บ่าวสาวไม่ได้สิ่งที่ดีที่สุด ทั้งๆที่จ้าง Wedding Planner มาแล้ว เนื่องจากคู่บ่าวสาวขาดประสบการณ์ในการจัดงาน ทำให้เกิดผิดพลาดในเรื่องการเลือกใช้บริการต่างๆ บางครั้งอาจจะต้องทิ้งมัดจำไป เพราะมาพบว่าเค้าไม่สามารถให้บริการในระดับที่คุณต้องการได้ ดังนั้นอย่ารีบร้อนนะคะ ควรใช้เวลาในการเลือกดูบริการ หาข้อดีข้อเด่นของแต่ละคน แต่ละร้านให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจ คุณจะได้ไม่ต้องเจอปัญหา “ เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย ” ไงคะ

แยกแยะระหว่างสิ่งที่คุณ “ ต้องมี ” กับสิ่งที่คุณ “ อยากมี ”

เพื่อไม่ให้งบประมาณบานปลาย คู่บ่าวสาวควรให้ความสำคัญกับสิ่งที่คุณ “ ต้องมี ” ก่อน ไม่ว่าจะเป็น อาหาร ช่างภาพ ชุดเจ้าสาว หลังจากที่จัดสรรงบประมาณให้ในส่วนนี้แล้ว จึงค่อยมามองในสิ่งที่คุณ “ อยากมี ” ไม่ว่าจะเป็น เค้กแต่งงานที่ออกแบบพิเศษ มุมถ่ายภาพพิเศษสำหรับแขก หากคู่บ่าวสาวสามารถพิจารณาแยกความต้องการได้ดังนี้แล้ว รับรองว่างานแต่งงานออกมาอย่างที่ฝัน และอยู่ในงบประมาณจริงๆค่ะ

ดูกระเป๋า..ดูงบประมาณ

ก่อนที่คู่บ่าวสาวจะตัดสินใจเลือกสิ่งใดๆสำหรับวันแต่งงานของคุณ คู่บ่าวสาวจำเป็นต้องตั้งงบประมาณสำหรับวันแต่งงานของคุณก่อนค่ะ อย่าเพิ่งทำการจ่ายเงินสักบาท หากคุณยังไม่รู้ตัวเลยว่า งบประมาณที่คุณตั้งไว้คือเท่าไหร่ หลายครั้งๆที่ลูกค้ามาหาถามถึงบริการต่างๆ แต่ไม่สามารถบอกได้ว่า ตั้งงบประมาณในส่วนนี้ไว้เท่าไหร่ เพราะบริการทุกอย่างต่างก็มีหลายระดับราคาให้เลือก แน่นอนค่ะ ใครๆก็อยากได้ของดี ของสวย แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราสามารถจะจ่ายได้เต็มที่สำหรับทุกสิ่งนี่ค่ะ การที่เรารู้กระเป๋าตัวเองนี้สำคัญมากๆ คุณจะได้ไม่ต้องตัดส่วนหนึ่งส่วนใดที่จำเป็นออกไป ด้วยเหตุผลว่า “ เงินไม่พอ ”

เรื่องไหนๆ..ฉันทำได้หมด

คุณเคยรู้มั๊ยคะ ว่าการจัดงานแต่งงานขึ้นมางานหนึ่ง จำเป็นจะต้องใช้เวลาในการเตรียมงานอย่างต่ำ 240 ชั่วโมง หากในหนึ่งวันใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง จะเท่ากับ 40 วัน สำหรับคู่บ่าวสาวที่ทำงานประจำซึ่งสามารถจะเตรียมงานได้เฉพาะช่วงเสาร์อาทิตย์ นั่นหมายถึงคุณต้องใช้เวลา 20 สัปดาห์ในการเตรียมงาน โดยไม่ไปทำธุระอย่างอื่นเลย นี่ยังไม่นับเวลาที่คุณจะต้องไปเรียนเชิญผู้ใหญ่ นัดทานข้าวกับเพื่อนฝูง เพื่อแจกการ์ด

ดังนั้นทำใจไว้เลยนะคะ ว่าคุณไม่สามารถจะจัดงานแต่งงานทั้งหมดได้เองโดยปราศจากความช่วยเหลือจากคนอื่น และเมื่อคุณต้องการความช่วยเหลือ ก็ควรจะเลือกจากมืออาชีพเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นช่างภาพ ช่างดอกไม้ หรือ Wedding Planner เพราะ คุณคงไม่อยากพลาดโอกาสที่จะได้รับสิ่งดีที่สุดในชีวิตไป เพียงเพราะ “ อยากประหยัดเงินอีกนิดหน่อย ” เงินอีกไม่กี่หมื่นใช้เวลาไม่นานก็น่าจะหามาเพิ่มได้ แต่ทุกนาทีของงานแต่งงาน ทุกอารมณ์ ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณทุ่มไปเป็นแสนเป็นล้านนั้น มีเพียงครั้งเดียวจริงๆ เห็นด้วยมั๊ยคะ

อะไรมาก่อน..อะไรมาหลัง

ถึงแม้ว่างานแต่งงานจะเกิดขึ้นในวันเดียว แต่การเตรียมงานนั้นใช้เวลามากมายเป็นร้อยเป็นพันเท่าของเวลางาน ดังนั้นการเรียงลำดับความสำคัญของสิ่งที่คู่บ่าวสาวจะลงมือทำนั้นมีความสำคัญยิ่งนัก คู่บ่าวสาวควรจะจัดตารางและทำรายการขึ้นมาก่อนว่าควรทำอะไรก่อน ทำอะไรหลัง ไม่ว่าจะเป็นการทำการ์ด การเตรียมของชำร่วย การหาสถานที่ การตัดชุดเจ้าสาว ต่างก็ส่งผลกระทบถึงกันและกัน และใช้เวลาในการตัดสินใจต่างกัน บางเรื่องต้องใช้เวลาคิดเป็นเดือน เลือกแล้วเลือกอีก แต่บางเรื่องควรจะตัดสินใจภายในหนึ่งอาทิตย์แล้วไปทำอย่างอื่นที่สำคัญกว่า

หากคุณตัดสินใจในบางเรื่องไปก่อนแล้ว พออยากจะเปลี่ยนก็ต้องทิ้งมัดจำ หรือเพิ่มเงินมากขึ้น ดังนั้นก่อนที่จะวางเงินมัดจำทุกอย่าง ควรมานั่งวางแผนกันก่อนนะคะ วางควรทำอะไรก่อน ทำอะไรหลัง และที่แน่ๆ หากคุณตัดสินใจจะใช้ Wedding Planner แล้ว ก็ควรจะใช้เวลาเลือก Wedding Planner ก่อนเป็นอย่างแรกเลยค่ะ ก็ที่คุณต้องการเค้าก็เพื่อคำปรึกษาดีๆและสิ่งที่ดีที่สุดไม่ใช่หรือคะ

“ อะไรก็เกิดขึ้นได้ ”

ประโยคนี้ เป็นประโยคที่ดิฉันจะคอยบอกคู่บ่าวสาวทุกคู่ไว้เสมอว่า “ อะไรก็เกิดขึ้นได้ ” เคยสังเกตมั๊ยคะ ว่าทุกอย่างมักจะผิดพลาดเมื่อถึงวันสำคัญเสมอ คู่บ่าวสาวทั้งหลายทำใจไว้เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นน้ำไม่ไหล ไฟดับ รถติด ผ้าม่านหล่น ของไม่พอ แขกไม่มา สารพัดสารเพเกิดขึ้นได้เสมอ และไม่ว่าคุณจะวิตกกังวลขนาดไหน ก็ไม่สามารถจะควบคุมได้ทั้งหมด เคล็ดลับมีอยู่ว่า “ อะไรจะเกิดก็..ยิ้ม..เข้าไว้ค่ะ ” อะไรจะเกิดก็ปล่อยให้เกิดเถอะค่ะ เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่มีผลกระทบต่อความสุขชั่วชีวิตของคุณหรอกนะคะ คิดซะว่า เป็นเรื่องขำๆที่เราจะเก็บไว้เล่าให้ลูกหลานฟังแล้วกันค่ะ

มีความสุขกับวันของคุณ

หลังจากที่ต้องเครียด และฝ่าฟันอุปสรรคมามากมายนับไม่ถ้วน ในที่สุดเวลาสำคัญก็มาถึง แทนที่คู่บ่าวสาวจะมานั่งเครียดกับสิ่งที่เกิดขึ้น อารมณ์เสียกับของที่ออกมาไม่ได้ดั่งใจ เรามาสนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้าเรากันดีกว่าค่ะ ดิฉันเองอยากให้คู่บ่าวสาวทุกคน ใช้เวลาและอารมณ์ทั้งหมดมาสนใจและสัมผัสกับความรู้สึกดีๆ ความปลื้มปิติของครอบครัว ความยินดีของแขกที่มาร่วมงาน เก็บทุกนาทีไว้ในความทรงจำ ดังนั้นพยายามใช้เวลาทุกนาทีอย่างมีความสุขนะคะ คงต้องบอกอีกทีว่า “ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ” เพียงแต่เราจะเลือกเก็บอะไรไว้เป็นความทรงจำ พยายามทิ้งความกังวลไปให้หมด ตักตวงความสุขไว้ให้มากที่สุด หรืออีกทีก็หาคนมารับความเครียดทั้งหมดไปแทนเลยดีกว่าค่ะ..

 

 

จะเห็นว่าในหลายๆหัวข้อ มักจะเตือนเรื่องการวางมัดจำเร็ว และการวางแผนงาน ก่อนอื่นคู่บ่าวสาวควรต้องศึกษาก่อนค่ะ ว่าเวลาจะเลือกบริการต่างๆนะมีความสัมพันธ์กันอย่างไรบ้าง ขอบอกจากใจจริงค่ะว่า หากคุณต้องการใช้ Wedding Planner อยู่แล้ว ก็ควรจะให้ความสำคัญเลือกหา Wedding Planner ที่ถูกใจเป็นอย่างแรก เพราะเค้าจะมี Connection และมีประสบการณ์ทำงานกับหลายๆเจ้าหลายๆร้านค้า ทำให้แนะนำสิ่งที่ดีที่สุด ที่เหมาะสมที่สุดกับคุณได้ สำหรับทุกอย่าง รวมไปถึงโรงแรมด้วย

หากว่าคู่บาวสาวไปจองสถานที่มาแล้ว เลือกช่างแต่งหน้าแล้ว มัดจำช่างภาพแล้ว ผ่านไประยะเวลาหนึ่ง คิดการตกแต่งงานไม่ออก เลยค่อยคิดอยากจะหา Wedding Planner มาช่วย ก็จะทำให้คู่บ่าวสาวพลาดโอกาสดีๆไปได้ค่ะ และการวางแผนเนี่ยสำคัญที่สุดเลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การจัดงานแต่งงาน หรือการใช้ชีวิต เวลาขับรถเรายังต้องการแผนที่เลย แล้วนี่งานแต่งงานของเราทั้งอัน คุณจะไม่หาแผนที่ให้ตัวเองหน่อยหรือค่ะ

 

นิยดา