Go to Apple's AdviceGo to Webboard

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พิธีการบนเวที

 

็แค่นึกถึงพิธีการบนเวที คู่บ่าวสาวส่วนใหญ่ก็มักเกิดอาการหน้าซีดปากสั่น เพราะนึกไม่ออกว่าจะกล่าวอะไรดี ลำดับพิธีการอย่างไรดี ยังต้องมาเลือกอีกว่าจะขอให้ใครช่วยเป็นพิธีกรในงาน ปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องที่คู่บ่าวสาวทุกคู่ต้องพบทั้งนั้น แทนที่คู่บ่าวสาวจะมัวแต่นั่งกลัว..มาช่วยกันทำให้มันกลายเป็นเรื่องง่ายดีกว่าคะ

พิธีการบนเวทีเป็นสิ่งที่คู่บ่าวสาวมักกังวล แถมยังไม่รู้จะหันไปปรึกษาใครดี เพราะว่าไม่มีกฎตายตัว ไม่สามารถมีใครมาบอกได้ว่าแบบนี้ถูก แบบนี้ผิด แต่พิธีการบนเวทีที่ดีซะอีกที่สร้างสีสันให้กับงาน และสร้างความซาบซึ้ง ความประทับใจให้กับแขกที่มาร่วมงาน ดังนั้นเรามาเริ่มเตรียมการกันเลยดีกว่า

เริ่มจากการตกลงกันก่อนว่าผู้ใหญ่ที่เป็นที่นับถือของทั้งสองฝ่ายที่ตั้งใจจะเชิญมาเป็นประธานในพิธีมีฝ่ายละกี่ท่าน แนะนำว่าให้เลือกฝ่ายละหนึ่งท่านกำลังดีคะ มากกว่านี้จะทำให้งานยืดเยื้อ หากมีผู้ใหญ่ที่เรานับถือมากมายหลายคนจนไม่สามารถจะเลือกใครได้ ก็ให้คุณพ่อคุณแม่ของคู่บ่าวสาวเป็นผู้ให้พรและคล้องพวงมาลัยมงคล เพราะคงจะไม่มีพรใดในโลกที่จะประเสริฐไปกว่าพรจากบุพการีอีกแล้ว สมัยนี้มักนิยมเชิญผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวเป็นผู้คล้องพวงมาลัยมงคล และผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าบ่าวเป็นผู้กล่าวให้พร ในงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสนี้ควรจะต้องให้เกียรติฝ่ายเจ้าบ่าวเป็นใหญ่เพราะเขาเป็นเจ้าภาพคะ อย่างไรก็ตามหากจำเป็นต้องมีผู้ใหญ่มากกว่าสองท่านแล้วละก็ ขอให้เลือกเพียงฝ่ายละหนึ่งท่านที่จะกล่าวอวยพร ท่านอื่นขอเป็นคล้องพวงมาลัยก็พอ แต่ระวังจะกลายเป็นนักร้องลูกทุ่งคู่ขวัญไปแทนนะคะ

สมัยนี้งานแต่งงานไม่มีหนังแนะนำคู่บ่าวสาวก็เชยแย่สิคะ ตามสตูดิโอมักจัดแพ็กเกจที่รวมหนังแนะนำฯไว้แล้วซึ่งก็มักจะเป็นภาพถ่ายตอนเด็กๆของทั้งสองจนกระทั่งพบกัน รักกัน และจบลงด้วยเบื้องหลังการถ่ายภาพสวีทที่สตูดิโอรวมทั้งฉายภาพที่ถ่ายจากสตูดิโอด้วย อืมม์...หลับตาก็เห็นภาพเลยใช่ไหมคะ แล้วก็มีคำถามตามมาว่า ถ้าไม่ใช่โครงเรื่องนี้แล้วควรทำอย่างไร

อันที่จริงเราสามารถเล่าเรื่องราวความรักของเราออกมาได้หลายอย่าง คู่บ่าวสาวลองปรึกษากันว่ามีเรื่องราวความรักอะไรที่เราประทับใจและอยากให้แขกได้รับรู้และซาบซึ้งไปกับเราด้วย หากอยากลองทำหนังแนะนำฯเองก็ไม่ยากอย่างที่คิด มีเพื่อนหลายคู่ที่ใช้โปรแกรมต่างๆทำกันเอง ก็เหมือนที่เราทำพรีเซ็นเทชั่นสมัยเรียนนั่นแหละคะ ออกมาดีทุกคู่เลยหนังดูน่ารักและอบอุ่น หากจ้างมืออาชีพก็ขอให้แน่ใจว่าเราได้กำหนดเรื่องราวเองนะคะ

แล้วก็มาถึงสิ่งที่ทุกคนหวาดกลัว ถึงบทที่คู่บ่าวสาวต้องแสดงแล้วคะ บอกได้เลยว่าควรจะต้องนัดแนะกับพิธีกรก่อน อย่าปล่อยเรื่องสคริปให้เป็นหน้าที่ของพิธีกรเชียว คุณคงไม่อยากถูกเซอร์ไพรส์กลางงานแต่งงานของตัวเองใช่ไหมคะ ทางที่ดีควรจะขอความร่วมมือจากพิธีกรว่าอย่ามีคำถามเซอร์ไพรส์ หรือเกมส์แปลกที่ไม่ได้นัดแนะกันไว้นะคะ คู่บ่าวสาวควรทำสคริปและทำความเข้าใจให้ตรงกันกับพิธีกรก่อน ที่สำคัญอย่าลืมสำเนาให้กับทางเจ้าหน้าที่โรงแรม ช่างภาพ และบุคคลที่เกี่ยวข้องด้วย โดยส่งไปให้ล่วงหน้าสองถึงสามวัน

อันที่จริงขอแนะนำว่า ถ้าหากว่าเราทุ่มเทเงินจำนวนมากไปกับการจัดงานแต่งงานแล้ว การเลือกใช้พิธีกรมืออาชีพนี่ก็เป็นทางเลือกที่ขอแนะนำค่ะ เพราะเมื่อเทียบเงินค่าจ้างพิธีกรกับเงินที่เราลงทุนจัดงานไปทั้งหมดคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ก็ไม่เท่าไหร่ เพราะพิธีกรมีความสำคัญมากสำหรับการดำเนินพิธีการ อุตส่าห์เสียเวลาเตรียมการมาแสนนาน แต่งานมาล่มเพราพิธีกรนี่แหละ ดิฉันนะ เคยมาแล้วค่ะ ทำสคริปซะดิบดี ปรากฎว่าคุณพิธีกรสมัครเล่น ว่าเองเลยค่ะ ไม่ตามสคริปเลย ทำเอางานเกือบจะกลายเป็นงานวัดไป คู่บ่าวสาวก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว ก็ต้องว่ากันตามน้ำไป ดังนั้นการจ้างพิธีกรมืออาชีพเป็นอีกทางเลือกหนึ่งเพื่อลดความเสียงที่สุดคุ้มแก่การลงทุนค่ะ

ต่อมาการเตรียมคำถามคำตอบและคำขอบคุณก็ควรเตรียมไว้คร่าวๆ ไม่จำเป็นต้องเขียนสำเร็จแล้วท่องจำเพราะจะทำให้ดูไม่มีชีวิตชีวา สำหรับคำขอบคุณขอแนะนำว่าคู่บ่าวสาวควรแบ่งกันกล่าวขอบคุณ คือกล่าวขอบคุณในนาม “ เรา ” หากเจ้าบ่าวกล่าวขอบคุณแขกผู้ใหญ่แล้ว เจ้าสาวก็กล่าวขอบคุณเพื่อนฝูง รุ่นพี่ รุ่นน้องได้เลย ต่างฝ่ายจะได้พูดน้อยหน่อยไงคะ ตกลงจะร่วมชีวิตกันแล้วก็ร่วมกันแบกภาระเสียแต่ตอนนี้เลย

การให้สัมภาษณ์ของคู่บ่าวสาวบนเวที เป็นอีกวิธีที่คุณจะได้แสดงความรักที่มีต่อกันและกันให้คนอื่นได้รับรู้ แขกส่วนใหญ่ต้องอยากรู้แน่ๆว่า คู่บ่าวสาวตกหลุมรักกันได้อย่างไร หากต้องการให้งานสนุกมีสีสัน ก็ต้องยอมเปิดใจกันหน่อยนะคะ นี่เป็นตัวอย่างคำถามสัมภาษณ์บนเวที

•  พบกันได้อย่างไร เมื่อเจอกันครั้งแรก ต่างฝ่ายต่างรู้สึกอย่างไร

•  รู้จักกันมานานเท่าไหร่ ถ้ารู้จักกันไม่กี่เดือนก็ไม่ควรถามนะคะ ข้ามข้อนี้ไปเลย

•  เริ่มชอบ/รักกันเมื่อไหร่ และทำไมจึงเลือกเขาเป็นคู่ชีวิต

•  ถามถึงความประทับใจในตัวกันและกัน

•  เจ้าบ่าวขอแต่งงานอย่างไร

สัมภาษณ์กันสองถึงสามคำถามให้พอได้บรรยากาศก็พอนะคะ ไม่ต้องยิงคำถามกันแบบทอล์กโชว์ เดี๋ยวแขกจะเบื่อซะก่อน

มีเพื่อนเล่าให้ฟังว่า มีอยู่งานหนึ่งเมื่อถึงตอนสัมภาษณ์คู่บ่าวสาว พิธีกรถามเจ้าสาวว่าชอบอะไรในตัวเจ้าบ่าว เจ้าสาวตอบว่าชอบที่เจ้าบ่าวว่าง่ายดี บอกให้ทำอะไรก็ทำ ไม่เคยขัด แขกก็หัวเราะกันทั้งงาน พอพิธีกรหันมาถามเจ้าบ่าวบ้าง เจ้าบ่าวตอบว่า ก็ดูใจเจ้าสาวมานานแล้ว วันนี้คงจะขอดูอย่างอื่นบ้าง เรื่องนี้เรื่องจริงนะคะ ทีนี้เชื่อหรือยังว่าคำถามกับคำตอบนัดแนะกันก่อนดีกว่า ไม่มีใครอยากเพล้ง...กลางเวทีแน่ๆ

สุดท้ายก็มาถึงการลำดับพิธีการจะเอาอะไรไว้ก่อนไว้หลังดี ที่สำคัญลำดับพิธียังต้องถูกกาละเทศะอีกด้วย ขอแนะนำดังนี้

•  คู่บ่าวสาวเดินเข้าสู่บริเวณจัดเลี้ยง และก้าวขึ้นสู่เวที อย่าลืมเปิดเพลงรักหวานซึ้ง แนะนำให้เป็นเพลงติดหู ที่พอได้ยินปุ๊ป ก็ร้องตามกันได้ทั้งงาน เราต้องทำให้คู่บ่าวสาวเป็นที่น่าอิจฉาจริงไหมคะ (บางคู่อาจจะไม่เชิญคุณพ่อคุณแม่ของทั้งสองฝ่ายขึ้นยืนบนเวทีก็ได้นะคะ ไม่ได้ผิดมารยาทอะไร ให้ท่านนั่งสบายๆอิ่มใจกับความสุขของลูกกันดีกว่า)

•  เชิญผู้ใหญ่ฝ่าย เจ้าบ่าว ขึ้นคล้องพวงมาลัยมงคล/กล่าวอวยพร ควรสอบถามท่านก่อนว่าท่านจะกล่าวไชโยหรือไม่ จะได้นัดแนะกับวงดนตรี และแจ้งทางโรงแรมเตรียมเครื่องดื่มด้วย (ห้านาทีก่อนจะเริ่มพิธีการควรแจ้งให้ท่านเตรียมตัวไว้ก่อน)

•  เชิญผู้ใหญ่ฝ่าย เจ้าสาว ขึ้นคล้องพวงมาลัยมงคล/กล่าวอวยพร ควรสอบถามท่านก่อนว่าท่านจะดื่มอวยพรหรือไม่ จะได้นัดแนะกับวงดนตรี และอย่าลืมแจ้งทางโรงแรมเตรียมเครื่องดื่มด้วย (ห้านาทีก่อนจะเริ่มพิธีการควรแจ้งให้ท่านเตรียมตัวไว้ก่อน)

•  พิธีกรสัมภาษณ์คู่บ่าวสาว

•  พิธีกรเชิญคู่บ่าวสาวกล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติ

•  คู่บ่าวสาวร่วมกันจุดเทียน / ตัดเค้กแต่งงาน คู่บ่าวสาวอาจผลัดกันป้อนขนมเค้กชิ้นแรกกันก่อนตรงนี้ได้ แต่ต้องทานขนมเค้กชิ้นนั้นให้หมดนะคะ..เป็นเคล็ดคะ คู่บ่าวสาวแอบซ้อมท่าตัดเค้กหน้ากระจกก่อนก็ดีคะ จะได้ถ่ายรูปออกมาสวย เชื่อเถอะคะว่าถึงนาทีนั้น..เราจะตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก อย่างน้อยนัดแนะกันก่อนว่าจะจับมีดอย่างไร หันหน้าเข้าหากันอย่างไร ครั้งเดียวในชีวิตนะคะ..ตัดเค้กแต่งงานไม่มีแก้ตัวคะ

•  คู่บ่าวสาวมอบเค้กแต่งงานให้ผู้ใหญ่ในพิธีและบุพการีของทั้งสองฝ่าย

เอ๊ะ..แล้วหนังแนะนำฯสุดเก๋ของเราหายไปไหน ไม่หายหรอกคะ เราต้องมาดูโทนของหนัง และเนื้อหาที่ทำออกมา เราสามารถฉายก่อนคู่บ่าวสาวจะกล่าวขึ้นสู่เวทีเพื่อดึงอารมณ์ร่วมของแขก หรืออาจฉายหลังจากผู้ใหญ่กล่าวอวยพรเสร็จแล้ว ก่อนพิธีกรจะเริ่มสัมภาษณ์ (คู่บ่าวสาวก็ยืนอยู่บนเวทีนั่นแหละคะ รับรองไม่มีเขิน เพราะแขกหันไปดูหนังแนะนำฯกันหมด) เพื่อให้แขกมีอารมณ์ต่อเนื่องพิธีกรสามารถถามคำถามคู่บ่าวสาวเกี่ยวกับหนังแนะนำฯก็ได้ มีคู่บ่าวสาวบางคู่ตั้งคำถามจากหนังแนะนำฯแล้วให้แขกตอบคำถามชิงรางวัล ก็สร้างสีสันดีนะคะ แต่ระวังอย่าให้คำถามยากเกินไปเดี๋ยวไม่มีใครตอบถูก

ตอนนี้คู่บ่าวสาวสบายใจขึ้นหรือยัง เราก็ได้ร่างพิธีการบนเวทีเรียบร้อยแล้ว จำไว้นะคะพิธีการบนเวทีเปรียบเสมือนหัวใจของงาน แขกจะกลับบ้านแบบงงๆหรือรู้สึกอิ่มรักกลับบ้านก็ตรงนี้เอง ดังนั้นเราควรใช้เวลาส่วนหนึ่งให้ความสำคัญกับขั้นตอนนี้ ยิ่งใกล้วันงานก็จะยิ่งคิดบทพูดไม่ออก จึงควรร่างไว้ล่วงหน้าประมาณสามอาทิตย์จะได้ไม่กดดัน และส่วนใหญ่ก็ต้องแก้ไขกันหลายที สุดท้ายหากจะแอบให้พิธีกรมีเซอร์ไพรส์(แบบกระซิบกันก่อน)โดยให้คู่บ่าวสาวหอมแก้มกันก่อนตัดเค้กแต่งงาน ก็น่ารักดีนะคะ เราจะได้มีรูปเก็บไว้ชั่วชีวิต อ้อ..เจ้าสาวอย่าเล่นตัวมากเกินไป เชื่อเถอะค่ะ..ว่าเห็นรูปแล้วจะแอบยิ้มไปทั้งวัน

นิยดา