Go to Apple's Advice Go to Webboard

Timeless Love

at Penninsula

 

“ เค้าว่ากันว่า รักแท้แพ้ระยะทาง แต่สำหรับ..เรา..ระยะทางพิสูจน์รักแท้ ”

นี่เป็นประโยคสั้นๆที่ดิฉันใช้ขึ้นต้น Presentation ของคู่บ่าวสาวคู่นี้ค่ะ ดิฉันว่าสาวๆทุกคน สมัยมัธยมต้องมีรุ่นพี่ขวัญใจที่เราแอบมองเป็นประจำแน่ๆ แต่จะมีสักกี่คนล่ะค่ะ ที่รุ่นพี่ที่เราแอบกรี๊ดกลายมาเป็นพระเอกตัวจริงในชีวิต

เป็นที่รู้กันในหมู่เพื่อนฝูงค่ะว่า ตอนน้องขวัญเด็กๆชอบแอบมองรุ่นพี่ที่เป็นนักกีฬาฟุตบอลอยู่คนนึง มองมาตั้งแต่น้องขวัญอยู่ ม.สอง จนรุ่นพี่คนนี้จบจากโรงเรียนเข้ามหาวิทยาลัยไป ก็แทบจะไม่ได้เคยคุยกับพี่คนนี้เลย แล้วน้องขวัญก็ไม่เคยได้เจอรุ่นพี่คนนี้อีกเลยจนเวลาผ่านไปเกือบสิบปี ขณะที่น้องขวัญกำลังนั่งทำงานอยู่ที่ห้องทำงาน หลังจากที่เพิ่งเริ่มงานหมาดๆ จู่ๆก็มีข้อความออนไลน์ขึ้นมาทักทายที่หน้าจอว่า “ น้องขวัญ....จำพี่วิชญ์ได้ไหม ” น้องขวัญอึ้งไปสักพักก่อนที่ภาพของเด็กหนุ่มนักฟุตบอลจะวิ่งเข้ามาในหัว ทำเอาสาวน้อยของเราแอบกรี๊ดยาวววววววไปประมาณห้านาที ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับว่า “ จำได้คะ..พี่วิชญ์ ”

ดิฉันไม่ได้กำลังเขียนนิยายรักนะคะ แต่กำลังเล่าเรื่องโรแมนติคที่ตอนดิฉันนั่งคุยกับคู่บ่าวสาวคู่นี้ก็แอบกรี๊ดและขนลุกแบบที่คุณกำลังเป็นอยู่นี่แหละค่ะ คุณวิชญ์ซึ่งกลับมาเยี่ยมบ้านในช่วงซัมเมอร์ระหว่างเรียนปริญญาโทที่สหรัฐอเมริกา แวะไปหาคนรู้จักในวันหยุดที่ตึกที่น้องขวัญทำงานอยู่โดยที่บังเอิญว่าน้องขวัญก็ไปทำงานในวันหยุดวันหยุดนั้นด้วย ระหว่างเดินอยู่ในตึก คุณวิชญ์บังเอิญมองเข้าไปในออฟฟิตทำงานแห่งหนึ่ง แล้วก็เห็นหน้าน้องผู้หญิงคนนึงที่ทำให้รู้สึกปิ๊งทันที แล้วก็นึกได้ว่าสาวคนนี้เป็นรุ่นน้องที่โรงเรียนเก่านี่นา เลยจัดแจงไปสืบหาอีเมลล์ติดต่อจนได้ จึงเป็นที่มาของเรื่องราวความรักที่เวลาและระยะทางไม่ได้เป็นอุปสรรคเลยค่ะ

หลังจากที่ทั้งคู่เริ่มคุยกัน คุณวิชญ์ก็ต้องบินกลับไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา หลังจากนั้นไม่นานก็ถึงตาน้องขวัญไปเรียนต่อบ้าง ทำให้ทั้งคู่ได้มีเวลาดูใจจนตัดสินใจที่จะคบกัน แต่ไม่นานหลังจากนั้น คุณวิชญ์เองก็เรียนจบพอดี จึงกลับมาเริ่มทำงานที่เมืองไทย และตัวน้องขวัญเองก็ยังเรียนต่อระดับปริญญาเอก จึงเป็นความรัก Long Distance ที่ต้องใช ้เวลาและความอดทนเป็นเครื่องพิสูจน์ แน่นอนค่ะถ้าไม่ใช่เพราะ ” ความรัก ” คนทั้งคู่คงไม่สามารถประคับประคองความสัมพันธ์ของเค้าให้ผ่านพ้น..จนมาถึงวันนี้

 

 

ดิฉันออกแบบงานออกมาในโทนขาวเขียว..แอบปนน้ำตาลนิดๆ ตามที่เจ้าสาวชอบ งานออกมาดูสวย..เรียบ นิ่งๆแต่แอบหนักแน่น เป็นงานคลาสสิคที่เปิดรูปให้ใครดูก็มีแต่คนชมไม่หยุดปากว่า “ งานสวยมาก ”

งานวันนี้เป็นงานคอกเทลแขกเกือบพันคนที่จัดเลี้ยงตอนกลางวันในวันอาทิตย์ ดิฉันออกแบบงานให้เป็นสวน Indoor สวยๆ ตกแต่งด้วยดอกไม้สีขาวล้วน และใช้แสงแดดที่ส่องเข้ามาด้านหน้าห้องบอลรูมโรงแรมเพนนินซูล่าเป็นตัวสร้างบรรยากาศ ที่พอเอาไม้ระแนงขาวๆมาเป็นซุ้มแกลอรี่ บวกกับเก้าอี้ไม้ยาวๆมาวางให้ได้นั่งเล่นกัน งานก็ออกมาดูอบอุ่น..กันเอง และเข้ากับบุคลิกของคู่บ่าวสาวเป็นที่สุด

ยิ่งพอได้ตุ๊กตาหมียักษ์ที่คุณวิชญ์ซื้อเป็นของขวัญขึ้นบ้านใหม่ให้กับน้องขวัญที่ถูกจับแต่งตัวใส่ชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวมาวางไว้ด้วยแล้ว งานนี้จะเด็กหรือจะแก่ก็แย่งกันถ่ายรูปคู่กับเจ้าหมีคู่กันใหญ่ ดิฉันมีเตรียมตุ๊กตาหมีเล็กๆไว้จำนวนหนึ่งเอาไว้เป็นของชำร่วยแจกเด็กๆที่มาในงานเผื่อว่าถ้ามีเด็กคนไหนเกิดร้องงอแงอยากได้หมียักษ์กลับบ้านก็จะได้มีหมีเล็กเอาไปกอดไว้แทน ซึ่งก็แจกไปหมดเกลี้ยง

 

 

โปรดติดตามหน้าต่อไป