Go to Apple's Advice Go to Webboard

A Night to Remember

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คุณโจเป็นสาวไทยคนเก่งที่ทำงานอยู่ที่สิงค์โปร์ แล้วในวันหนึ่งคุณโจไปงานปาร์ตี้ได้มีโอกาสพบกับคุณคริสต์หนุ่มอังกฤษที่มาทำงานอยู่ที่สิงค์โปร์เช่นเดียวกัน แล้วนี่ก็คือที่มาของค่ำคืนแสนวิเศษอีกคืนหนึ่ง ที่ดิฉันจะไม่มีวันลืม

หลังจากที่ดิฉันได้จัดงานแต่งงานให้กับคุณโจและคุณคริสต์ผ่านไประยะหนึ่ง ในบ่ายวันหนึ่งดิฉันก็ได้รับอีเมลล์ฉบับหนึ่งจากสิงค์โปร์ ความว่า

Dear Khun Ple,  

Thank you for the lovely wedding party at the Oriental Hotel. We would not complete it without your help. Although I found it a bit difficult with communication, but we made it after several phone calls. But what can I say, we are out here in Singapore and lucky we got a chance to work with Khun Ple who really can track everything we needed.  

Everybody thought our wedding was a great party. It's unusual for Thai-Thai couple to have it that way. We did enjoy ourselves so much. It was really brilliant idea for Jo-Louis puppet show. We love to have that show rather to have normal-funny Thai style presentation about our love story (to me I would rather keep that ourselves).

I am thankful for your recommendation of everything and the photographers. They have done superb job. I have become really beautiful bride. My husband got tears in his eyes when he first saw me that night.

Khun Ple, we hope you have a happy family and good business. I am sure with the way you work; you will have lots of customers kha. 

Cheers

Jo&Chris

P.S. Khun Ple, the website was really cool. I can show off my pictures. Everyone said I look very pretty on that day. Thank you very much again for your effort kha.

นั่งอ่านจดหมายฉบับนี้แล้วทำให้อดยิ้มและนึกถึงวันเวลานั้นไม่ได้ เนื่องจากเจ้าบ่าวเป็นคนอังกฤษ ซึ่งจะมีธรรมเนียมว่า ทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวห้ามเห็นกันและกันในชุดแต่งงานจนกว่าจะถึงวันงาน ไม่บ่อยครั้งนักที่ดิฉันจะได้จัดงานให้กับหนุ่มอังกฤษ และเป็นอะไรที่อยากทำมานานแล้ว เมื่อรู้มาดังนี้ ดิฉันก็ทำการวางแผนขึ้นมาในทันที

เนื่องจากคู่บ่าวสาวจะเห็นกันไม่ได้เลย ในวันงานเจ้าบ่าวและเจ้าสาวจึงต้องแต่งตัวกันคนละห้อง วันนั้นคุณโจสวยมาก ดิฉันเองนึกอยากได้ภาพสีหน้าคุณครินต์ตอนที่เห็นเจ้าสาวของเค้าในชุดเจ้าสาวเป็นครั้งแรกในชีวิต นึกอยากให้คุณโจและคุณคริสต์ได้มีภาพแห่งนาทีที่สุดแสนประทับใจเก็บไว้ดูตราบนานเท่านาน เพราะนาทีนั้นนาทีที่ดิฉันกล่าวมาจะมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นสำหรับคนทั้งคู่ โรแมนติคขนาดนี้จะให้ดิฉันปล่อยไปได้ยังไงล่ะคะ ว่าแล้วก็ทำการตระเตรียมการกับช่างภาพ คุณเอก เอเอโฟโต้กราฟฟี่ ว่าน้องเอกขา พี่ขอภาพแววตาคุณคริสต์ที่เห็นคุณโจครั้งแรกเลยนะจ๊ะ จับภาพให้ดีนะจ๊ะ หลังจากวางแผนกับคุณเอกแล้ว ก็ถึงเวลาดำเนินการตามแผน

คุณเอกซึ่งเก็บภาพ behind the scene อยู่ที่ห้องเจ้าบ่าว โทรมาบอกว่า เจ้าบ่าวพร้อมแล้ว ดิฉันว่า เจ้าสาวพร้อมแล้วเหมือนกัน ดิฉันจึงให้คุณเอกพาคุณคริสต์ลงมายืนรอที่ระเบียงโค้งของห้องออเธอร์เลานจ์ แล้วบอกว่าคุณโจยังไม่เสร็จ ให้คุณคริสต์ถ่ายรูปเดี่ยวไปก่อน

ดิฉันรีบขึ้นห้องไปรับคุณโจ แอบพาคุณโจลงบันไดทางลัด..เพื่อไม่ให้คุณคริสต์เห็น แล้วดิฉันก็ชี้ให้คุณโจเห็นเจ้าบ่าวของเธอ คุณโจยิ้มหวานเดินไปเกาะขอบหน้าต่างแอบมองคุณคริสต์อยู่ แล้วเราก็ได้ภาพสวยๆมาแบบไม่ต้องจัดกันเลยทีเดียว

แล้วนาทีที่ดิฉันวางไว้ก็มาถึง ระหว่างที่คุณคริสต์กำลังยืนเหม่ออยู่ คุณโจก็แอบย่องออกมาเซอร์ไพรส์... คุณคริสต์น้ำตาคลอเมื่อเห็นเจ้าสาวของเค้าเป็นครั้งแรก..

คงไม่ต้องให้ดิฉันบรรยายถึงความโรแมนติคของนาทีนั้นแล้วนะคะ Picture tells a thousand words.. อันที่จริงต้องขอบอกว่า แอบรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากที่ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของนาทีที่แสนประทับใจของคนที่รักกันคู่หนึ่ง และแอบอิจฉาว่างานแต่งงานเราไม่เห็นมีใครมาทำอย่างนี้ให้บ้างเลย

 

หลังจากนาทีนั้นแล้ว..ค่ำคืนอันสุดแสนประทับใจก็เริ่มต้นขึ้น คุณเอก พาคุณโจและคุณคริสต์ไปถ่ายรูปคู่ รูปครอบครัว ส่วนดิฉันเองก็ทำการเตรียมงานเตรียมสถานที่ งานคืนนี้เป็นงาน sit down dinner แบบฝรั่ง แขก 100 คน โดยจัดให้เริ่มงานด้วยคอกเทล ที่บริเวณด้านสวนของห้องอเธอร์เลานจ์ จากนั้นในเวลา 19.45 น. ก็ทำการเปิดม่านเพื่อให้แขกเข้าสู่ห้องรีเจนซี่เพื่อร่วมรับประทานอาหารค่ำ

 

 

หลังจากเสริฟ์อาหารไปได้สองคอร์ส ดิฉันได้จัดให้มีการแสดงหุ่นละครเล็กของคณะแสดงหุ่น โจ - หลุยส์ เนื่องจากมีแขกต่างชาติมาร่วมงานเกินครึ่ง ดิฉันจึงแนะนำกับคุณโจว่าน่าจะมีการแสดงหุ่นเพื่อไม่ให้งานน่าเบื่อเกินไป แล้วก็เป็นไปตามคาด หากใครที่ได้เคยชมการแสดงหุ่นละครเล็กโจ-หลุยส์มาก่อน คงจะพอทราบว่า หลังจากที่ทำการแสดงไปได้สิบห้านาทีแล้ว ผู้แสดงจะนำหุ่นไปทักทายแขกและเล่นตลกตามโต๊ะต่างๆ ไปขอแขกดื่มน้ำบ้าง เล่นกับเด็กๆบ้าง เอาเป็นว่าเรียกเสียงฮาได้ไม่มีหยุดตลอดเวลายี่สิบห้านาทีค่ะ แถมยังตบท้ายด้วยการไปขอให้เจ้าสาวหอมแก้มและชวนเจ้าสาวหนีต่อหน้าเจ้าบ่าวอีกต่างหาก ทำเอาแขกหัวเราะกันน้ำตาไหล

 

จากนั้นก็เป็นการให้ speech โดยเริ่มจาก เพื่อนเจ้าบ่าวและต่อด้วยคุณพ่อเจ้าบ่าว คุณพ่อเจ้าสาวและเจ้าบ่าว ตามธรรมเนียมฝรั่ง ทุกท่านพูดออกมาจากใจ ขนาดเราได้มีโอกาสรู้จักคู่บ่าวสาวไม่นาน ฟังแล้วยังแอบน้ำตาไหล จนแขกหันมามองหน้าดิฉันแบบงงๆ.. ก็ซึ้งนี่ค่ะ ทำยังไงได้

 

พอคุณเจ้าบ่าวพูดจบ แขกก็มีอารมณ์สนุกสนานเต็มที่ค่ะ จากที่เริ่มแรกเป็นการทานข้าวกันเงียบๆ ตอนนี้ก็เริ่มชนแก้วส่งเสียงเฮฮากันลั่นห้อง บรรยากาศอบอุ่นจริงๆ ดิฉันแอบไปสะกิดคุณคริสต์ แล้วคุณคริสต์ก็ออกมาจากห้องทำทีไปเข้าห้องน้ำ แต่ไม่นาน เสียงเพลงก็เงียบลง คุณคริสต์เดินกลับเข้าห้องไปพร้อมด้วยดอกไม้ช่อใหญ่ เซอร์ไพรส์ให้กับเจ้าสาว เป็นการขอบคุณที่เจ้าสาวเหน็ดเหนื่อยกับการจัดงานแต่งงานอันแสนวิเศษให้กับเค้า และยังไม่ลืมที่จะมอบดอกไม้อีกสองช่อให้กับสองคุณแม่ด้วย ทำเอาใครต่อใครพากันอิจฉาเจ้าสาวถ้วนหน้า

งานเลี้ยงยังไม่เลิกราง่ายๆค่ะ หลังจากทานของหวานแล้ว ดิฉันก็ทำการเปิดประตูเพื่อเชิญแขกเข้ามาในส่วนที่สามของงาน คือ ส่วนของห้องโถงสีขาว ดิฉันแอบพาคู่บ่าวสาวไปเก็บตัวไว้ก่อน แล้วพอแขกเข้ามากันเต็มห้อง เราก็ปล่อยตัวคู่บ่าวสาวให้เดินลงมาตามบันไดโค้งเพื่อตัดเค้กแต่งงาน ได้ข่าวมาว่าคุณแม่เจ้าบ่าวปลื้มมาก บอกว่านาทีนั้นรู้สึกเหมือนอยู่ใน Fairy tale แต่คนจัดงานให้ซิค่ะ ปลื้มกว่าเป็นไหนๆ

 

จากนั้นคู่บ่าวสาวก็เต้นรำ First dance สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องไปที่คนสองคน แต่คุณโจกับคุณคริสต์ต่างเต้นรำและส่งสายตาให้กันเหมือนกับว่าในโลกนี้มีเราเพียงสองคน.. ดิฉันแอบเซอร์ไพรส์ด้วยการโปรยกลีบกุหลาบลงมา เพิ่มความโรแมนติคเข้าไปอีกหน่อย แล้วคุณพ่อคุณแม่คู่บ่าวสาว และแขกก็พากันเต้นรำอย่างสนุกสนาน จนถึงเวลานี้ก็เกือบห้าทุ่มแล้ว แขกยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับกันเลยสักนิด แถมมีเสียงเรียกร้องให้เจ้าสาวพูดอะไรสักหน่อย ดิฉันจึงจัดคิวสดให้ เจ้าสาวกล่าวขอบคุณแขกที่มาในงาน เจ้าสาวกล่าวขอบคุณได้น่ารัก กล่าวออกมาจากใจ

และคุณโจได้กล่าวขอบคุณดิฉันด้วยที่เนรมิตค่ำคืนอันแสนวิเศษให้แก่เธอ ดิฉันเองก็ขอขอบคุณคุณโจเหมือนกันค่ะ ที่ให้โอกาสเปิ้ลได้เป็นส่วนหนึ่งของวันที่มีค่ามากที่สุดวันหนึ่งในชีวิต

 

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา เป็นงานเลี้ยงที่เลิกดึกที่สุด ตั้งแต่ดิฉันเคยจัดงานมา แขกไม่ยอมกลับค่ะ จนต้องบอกว่า ไม่มีเซอร์ไพรส์แล้วค่ะ หมดรายการ..แล้วค่ะ

คงไม่ต้องบอกนะคะว่า คุณโจและคุณคริสต์มีความสุขมากขนาดไหน วันรุ่งขึ้นคู่บ่าวสาวบินกลับสิงค์โปร์ทันที เพราะต้องพาครอบครัวเจ้าบ่าวที่มาจากอังกฤษไปเที่ยว และบินไปฮันนีมูนต่อที่อิตาลีร่วมสามอาทิตย์ เราจึงไม่มีโอกาสคุยกัน ผ่านไปสองเดือนคู่บ่าวสาวมีแผนจะบินมาเมืองไทย คุณโจอีเมลล์มาขอนัดทานข้าว ขอเลี้ยงขอบคุณที่จัดงานแต่งงานให้อย่างสุดแสนประทับใจ

ดิฉันเองก็มีเรื่องอยากคุยกับคุณโจคุณคริสต์มากมายเลยเชียว คุณคริสต์ขอบคุณดิฉันนับครั้งไม่ถ้วน และบอกว่า เพื่อนๆที่สิงค์โปร์ต่างบอกวว่าเป็นงานแต่งงานที่ดีที่สุดที่เคยไป ฟังแล้วดิฉันล่ะทั้งปลื้มทั้งดีใจ คุณคริสต์ยังแอบบอกว่า ผมซึ้งจนน้ำตาไหลเมื่อแรกเห็นเจ้าสาว และมีภาพนั้นถ่ายไว้ด้วย เราจึงเฉลยไป ว่านั่นแหละเป็นแผนการของเราเอง ไม่ใช่เหตุบังเอิญนะคะ ทั้งคุณคริสต์และคุณโจจึงขอบคุณดิฉันมาอีกนับครั้งไม่ถ้วน ว่าดิฉันทำงานได้เยี่ยมจริงๆ

สำหรับดิฉันเงินก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ใช้ในการดำรงชีวิต ค่าบริการจัดงานต่างๆก็ถือเป็นปัจจัยที่นำมาใช้ดูแลครอบครัว แต่ความรู้สึกดีๆที่ได้ทำให้คนรักกันคู่หนึ่งมีวันเวลาที่จะไม่มีวันลืมไปชั่วชีวิตนี่สิค่ะ ตีราคาไม่ได้จริงๆ มันเป็นความภูมิใจ และยังมิตรภาพที่ดิฉันได้รับจากคู่บ่าวสาวทั้งหลายที่มอบให้อีก มันมีค่ามากมายซะเหลือเกิน สำหรับดิฉันแล้ว...คู่บ่าวสาวไม่ใช่ลูกค้าค่ะ แต่เป็นหญิงชายคู่หนึ่งที่อยากมีงานแต่งงานที่ดีที่สุด น่าประทับใจที่สุด วันเวลาที่เพอร์เฟ็กที่สุด ไว้ให้ได้นึกถึงตลอดไป เป็นแบบที่นึกถึงทีไรก็อดยิ้ม..อดปลื้มกับนาทีต่างๆที่เกิดขึ้นในงานแต่งงานไม่ได้

แล้วคุณล่ะค่ะเคยถามตัวเองมั๊ย ว่าอยากมีแต่งงานแบบไหนให้นึกถึง

 

นิยดา

สนใจติดต่อ Wedding Planner โทร. 081-833-8811 หรือ e-mail: weddinganswer@gmail.com