Go to Apple's Advice Go to Webboard
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Wedding Planner จำเป็นต้องมีมั๊ย

 

 

เวลาที่คู่บ่าวสาวโทรมาหา คำถามแรกๆที่มักจะถูกถามคือ “ อยากรู้ว่า Wedding Planner ทำอะไรให้บ้างค่ะ.. ” “ จำเป็นต้องมี Wedding Planner มั๊ยเอ่ย... ” วันนี้เลยขอมาตอบคำถามกันแบบละเอียดยิบเลยค่ะ

การใช้ Wedding Planner   ถ้าถามดิฉันก็คงเปรียบเทียบง่ายๆว่าเหมือนกับการซื้อ insurance ค่ะ   ลองคิดว่าผู้หญิงทุกคนก็อยากแต่งงานครั้งเดียวในชีวิตกันทั้งนั้น   ซึ่งการใช้   Wedding Planner ก็เป็นการการันตีว่า   งานแต่งงานที่คุณวาดฝันไว้จะไม่ล่ม ไม่มีปัญหา ไม่ขลุกขลัก สวยอย่างที่ฝันไว้ ทุกอย่างตรงเวลา .. ไม่มีพลาด ไม่มีที่ติ

แน่นอนค่ะ เมื่อถึงเวลาวันงาน คู่บ่าวสาวต้องเริ่มแต่งหน้าแต่งตัวตั้งแต่บ่ายสองโมงเรื่อยไปจนถึงสี่โมงครึ่ง ก็ต้องลงมาถ่ายรูปคู่ก่อนงานเริ่มจนถึงเวลาห้าโมงครึ่ง แขกก็จะเริ่มทยอยเดินทางมาถึง คู่บ่าวสาวก็ต้องเริ่มต้อนรับแขกและถ่ายรูปที่ซุ้มดอกไม้ แล้วคู่บ่าวสาวจะเอาเวลาที่ไหนมาตรวจงานตกแต่ง ตรวจตำแหน่งซุ้มดอกไม้ ตรวจการจัดวางอาหาร เทสต์ไมคโครโฟน เทสต์เพลง เทสต์ Presentation ทวนสคริปท์และอื่นๆอีกมากมายที่กล่าวได้ไม่หมดค่ะ ดังนั้นคู่บ่าวสาวจึงต้องหาคนที่จะมาทำงานหน้าที่ดังกล่าวแทน ซึ่งอย่างแรกที่มักจะคิดถึงก็คือ พี่น้อง

พี่น้องของคู่บ่าวสาวต้องทำหน้าที่อะไรบ้าง เริ่มจากต้องแต่งตัวสวยเนื่องจากเป็นเจ้าภาพ แต่งหน้าทำผมเสร็จก็ประมาณห้าโมงกว่า ในขณะที่คู่บ่าวสาวกำลังไปถ่ายภาพคู่ ญาติสนิทของครอบครัวมักจะเดินทางมาถึงงานเร็วกว่าที่ระบุในการ์ดเชิญ ดังนั้นพี่น้องคู่บ่าวสาวก็ต้องทำหน้าที่รับแขกให้ก่อน และต้องทำหน้าที่ต้อนรับแขกในฐานะเจ้าภาพไปตลอดทั้งงานค่ะ ดังนั้นการจะให้พี่น้องมาทำหน้าที่ดูแลการตกแต่งดูแลรายละเอียดต่างๆก่อนงานเริ่มจึงยุ่งยากพอสมควร เพราะพี่น้องคู่บ่าวสาวเองก็มีสิ่งที่จะต้องทำเช่นกัน

ถัดมาก็เห็นจะเป็นเพื่อนฝูงที่ต้องไหว้วานให้มาช่วยงาน ซึ่งข้อนี้ก็คงเป็นทางเลือกที่ดี หากมั่นใจว่าเพื่อนผู้ได้รับการมอบหมายงานสำคัญนี้จะเป็นคนที่เชี่ยวชาญ และสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่อาจเกิดขึ้นร้อยแปดพันอย่างได้ดี หรืออีกที ก็ควรหามืออาชีพไปเลยน่าจะดีที่สุดค่ะ เรามาดูกันหน่อยค่ะ ว่า Wedding Planner ทำหน้าที่อะไรบ้าง

 

หน้าที่ของ Wedding Planner หลักๆจะแบ่งออกดังนี้ ส่วนแรก คือ วางแผน วางคอนเซ็ปต์การตกแต่งงาน ดูแลความเรียบร้อยของการตกแต่ง การ์ดเชิญ ของชำร่วย สโลแกน ภาพรวมของงาน จำนวนอาหารที่จัดเลี้ยง รวมไปถึง Look ของคู่บ่าวสาว ส่วนที่สอง คือ ประสานงานกับทางโรงแรม และทีมงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นช่างแต่งหน้า ช่างภาพ ช่างวีดีโอ ช่างดอกไม้ ฯ ส่วนที่สาม คือ ทำสคริปท์และควบคุมลำดับรายการของงาน ส่วนสุดท้ายที่สำคัญที่สุด คือ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าทั้งหลายค่ะ

จัดงานแต่งงานมามากมายหลายงาน   ก่อนเริ่มงานดิฉันมักจะบอกคู่บ่าวสาวไว้เลยว่า   " อะไรก็เกิดขึ้นได้   ทำใจไว้เลยนะคะ   ถึงเวลาไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ยิ้มไว้อย่างเดียว ไม่ต้องกังวลใจดิฉันจัดการให้ได้ทุกอย่าง"   หลายคนอาจจะสงสัยว่า ในเมื่อมี Wedding Planner แล้วจะยังมีปัญหาเกิดขึ้นอีกหรือ

 

ปัญหาที่เกิดขึ้นมักจะเป็นสิ่งที่ Wedding Planner ควบคุมไม่ได้เป็นส่วนใหญ่ค่ะ ซึ่งมันมีสารพัดปัญหาจริงๆ   เช่น นักร้องรับเชิญมาสาย    แขกผู้ใหญ่ยังมาไม่ถึง   โต๊ะ VIP มีแขกคนอื่นนั่งไปแล้ว   ซึ่งหน้าที่ของคู่บ่าวสาวน่ะต้องยืนยิ้มอย่างเดียว   จะเดินไปวีนใครก็ไม่ได้   ถ้าจัดงานแต่งงานเองแล้วพบปัญหาพวกนี้   มันเหมือนนรกร้อนเป็นไฟอยู่ในใจเลยนะคะ   เพราะอยากจะเดินไปจัดการแก้ปัญหา อยากจะไปบอกกัปตันให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ทำไม่ได้ เพราะต้องยืนยิ้มต้อนรับแขก และปล่อยปัญหาให้มันเกิดอยู่อย่างนั้น เพราะแก้ไขอะไรไม่ได้   ส่วนพี่ๆน้องๆก็ต้องช่วยเราต้อนรับแขกผู้ใหญ่ของครอบครัว   จะให้เค้าวิ่งไปจัดการนู่นนี่ให้บางทีก็ไม่สะดวกไม่ได้ดั่งใจ    เวลาจัดงานดิฉันจะกันครอบครัวทั้งสองฝ่ายไว้เลยว่าไม่ต้องทำอะไร   มีหน้าที่รับแขก และช่วยดูแลประธานในพิธีเท่านั้น เพราะงานแต่งงานี้ก็เหมือนงานของครอบครัวอยากให้สมาชิกทุกคนได้ enjoy moment นั้นๆเต็มที่

ดังนั้นการใช้แพลนเนอร์ก็เหมือนการซื้อประกัน   และเป็นการลดปัญหาให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด หรือเป็นการโยนปัญหาทั้งหมดให้ Wedding Planner ไปแก้ให้ไงค่ะ.. คุณคงไม่อยากเอางานแต่งงานของคุณมาเป็นหนูทดลองซะเอง หรือจัดแบบ เอาเหอะ..เลือกๆไปเพราะเหนื่อยล่ะ   ขี้เกียจคิดล่ะ   แล้วมาเสียใจ..เสียดายทีหลัง..   เพราะเราย้อนเวลากลับไปไม่ได้   อย่างที่เห็นว่าการจัดงานแต่งงานนี่รายละเอียดการเลือก การตัดสินใจเยอะมากๆ   ดิฉันนั่งเขียนได้เป็นเล่มเลยล่ะ..   ดังนั้นการใช้แพลนเนอร์เราก็ใช้ความรู้ของเค้าตรงนี้แหละ   ก็ต้องชั่งน้ำหนักดูว่า เราจัดงานเองด้วยความไม่รู้   บางทีโดนฟันเป็นแสนยังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ  

แทนที่จะเอาเงินไปให้ชาวบ้านฟัน เอาเงินก้อนนั้นมาจ้าง Wedding Planner แล้วได้ของดีที่ worth for money แถมไม่ต้องเหนื่อยเองด้วย มีคนดูแลให้เสร็จ เรามีหน้าที่ติดต่อกับแพลนเนอร์อย่างเดียวเอง..สบายจะตาย ดิฉันว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคู่บ่าวสาวจะได้จาก Wedding Planner คือ ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องปวดหัว สับสน ว่าจะเลือกอะไรดี ไม่ต้องทะเลาะกันเอง เพราะ Wedding Planner จะเลือกให้หมด เตรียมของเตรียมตัวเลือกมาให้เลย คู่บ่าวสาวนั่งชี้นิ้วเลือกอย่างเดียวเลยค่ะ..

 

หลายๆคนคิดว่า เงินที่เอามาจ้าง Wedding Planner เป็นเงินที่ต้องเผื่อออกมาอีกก้อนหนึ่ง ดูเผินๆอาจจะเหมือนสิ้นเปลืองไปอีก เอาเงินไปทำอย่างอื่นดีกว่า Wedding Planner คนอื่น เป็นอย่างไร..ไม่ทราบ แต่ตัวดิฉันเอง ร้านค้าบริการที่แนะนำให้ ราคาประหยัดกว่าเป็นไหนๆ แค่นี้ก็คุ้มแล้ว เมื่อเทียบกับที่คุณไม่รู้อะไรเลย เข้าร้านไหนก็โดนบวก โดนฟัน.. เข้าตำรา เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย ไปซะอย่างงั้น..

และไหนๆก็ตกลงใจจะใช้ Wedding Planner แล้ว ก็ควรจะทำการตัดสินใจเลือก และติดต่อ Wedding Planner เป็นลำดับแรกก่อนบริการอื่นๆนะคะ เพราะการที่คุณเลือกใช้ Wedding Planner ก็เพื่อเป็นการันตีว่า งานของคุณจะไม่มีอะไรพลาด ใช้ประโยชน์จากประสบการณ์ อยากรู้จักร้านค้าบริการที่ราคาเหมาะสมให้เลือกมากมาย ดังนั้นคู่บ่าวสาวควรจะตัดสินใจก่อนเลยว่า จะเลือกใช้ Wedding Planner หรือไม่ และหากจะใช้ ก็ต้องติดต่อเค้าเป็นคนแรกค่ะ เพราะหากคุณติดต่อร้านค้าเอง วางมัดจำไปแล้วหลายอย่าง แล้วค่อยมาหา Wedding Planner ซึ่งรู้จักร้านที่บริการดีกว่าในราคาเท่ากัน หรืออาจจะหาได้ถูกกว่า สวยกว่า แต่ว่าคุณวางมัดจำร้านอื่นไปแล้ว ก็เท่ากับใช้ประโยชน์จาก Wedding Planner ได้ไม่เต็มที่ เรียกว่า ใช้ไม่คุ้มค่ะ..

การใช้ Wedding Planner ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่จะช่วยประกันความสวยงาม ความประทับใจของเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นครั้งเดียวในชีวิตคุณ ทุกนาทีที่เกิดขึ้นในวันนั้น เมื่อผ่านแล้วก็ผ่านเลยไปจริงๆ ต่อให้มีเงินทองอีกเท่าไหร่ ก็ไม่สามารถจะย้อนวันเวลานาทีนั้น กลับมาแก้ไขใหม่ได้นะคะ ดังนั้นการตัดสินใจเรื่องต่างๆของการจัดงานแต่งงานจึงเป็นสิ่งสำคัญ ใส่ใจสักนิด จะได้ไม่ผิดหวังค่ะ

 

นิยดา

สนใจติดต่อ Wedding Planner โทร. 081-833-8811 หรือ e-mail: weddinganswer@gmail.com