Go to Apple's Advice Go to Webboard

Love Spell

at Siam Kempinski

 

มันเป็นสมการง่ายๆของความรักเลยค่ะ ที่เริ่มมาจากความเป็นเพื่อน ก่อนจะพัฒนามาเป็นความผูกพันที่คุณเลือกจะอยู่กับมันตลอดชีวิต น้องณัฐกับน้องโจ้ก็เป็นอีกคู่ที่ถูกมนต์ความรักเข้าอย่างจัง

ด้วยความคุ้นเคยกับเจ้าสาวมานานตั้งแต่เจ้าสาวยังไม่รู้จักกับเจ้าบ่าว เพราะดิฉันเคยจัดงานให้พี่สาวของน้องณัฐ - คุณอัง เจ้าสาวงาน The Promise at Millennium Hilton ที่ตอนนี้มีลูกสองตามดิฉันมาติดๆ จึงทำให้คุ้นเคยกับครอบครัวของน้องณัฐเป็นอย่างดี พอน้องณัฐจะสละโสดดิฉันยังแอบตื่นเต้นที่จะได้จัดงานให้น้องสาวอีกคน น้องณัฐพาน้องโจ้มาแนะนำเปิดตัวทำความรู้จักกัน แล้วเราก็เปลี่ยนโหมดมาเริ่มเตรียมงานแต่งงานกันอย่างจริงจังค่ะ

เนื่องจากวันที่น้องณัฐได้ฤกษ์มาเป็นวันมหาฤกษ์แห่งปีเลยทีเดียว ทำให้การหาสถานที่จัดเลี้ยงออกจะยากสักหน่อย เพราะห้องที่ถูกใจก็ถูกจอง ส่วนที่ยังว่างก็ไม่ถูกใจ ยังดีที่ว่าได้สถานที่งานหมั้นเป็นห้องออเธอร์เลานจ์ โรงแรมโอเรียนเต็ล เรียบร้อยแล้ว อย่างน้อยก็ได้อย่างใจไปหนึ่งอย่าง โดยส่วนใหญ่หากเจอกรณีเช่นนี้ ดิฉันจะมีข้อแนะนำอยู่สองข้อ คือ หนึ่ง เปลี่ยนไปจัดเลี้ยงช่วงกลางวัน ก็จะทำให้หาสถานที่ได้ง่ายขึ้นอีกนิด และแขกก็จะมาร่วมงานได้มากขึ้นอีกหน่อย อีกข้อคือ ลองตรวจสอบกับคนที่ให้ฤกษ์มาว่า จัดเลี้ยงเป็นวันอื่นได้หรือไม่ หากไม่ได้ เราก็ต้องลุยหาสถานที่กันต่อไป อย่างเช่นน้องณัฐน้องโจ้ค่ะ

แล้วในที่สุดเราก็หาห้องที่ยังว่างจนเจอ โรงแรมสยามเคมปินสกี้ ในตอนที่น้องณัฐตัดสินใจจองห้องไปนั้น ทางโรงแรมยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างค่ะ ซึ่งงานนี้คงต้องใช้ฝีมือล้วนๆ เพราะโรงแรมจะสร้างเสร็จและเปิดบริการใกล้ๆกับวันงานมากๆ ทำให้ระยะเวลาการทำงานน้อย และเราไม่รู้เลยว่า การตกแต่งภายในของห้อง ขนาด แปลนห้องเป็นอย่างไร จนกว่าจะได้เห็นของจริง

อย่างที่บอกค่ะ ว่าเราไม่มีโอกาสได้เห็นสถานที่จริงในระหว่างการเตรียมงาน ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนแผนงานสองถึงสามครั้ง แอบสงสารน้องณัฐกับน้องโจ้อยู่เหมือนกัน เพราะงานนี้ ต้องเชื่อลมปากดิฉันอย่างเดียวเลยค่ะว่า “ เชื่อพี่เถอะ แบบนี้จะออกมาดี.... ” เพราะไม่มีภาพตัวอย่างจากงานใดๆให้ดูทั้งสิ้น ก็ดิฉันนี่แหละ จะเป็นออกาไนซ์เซอร์เจ้าแรก เข้าไปเปิดซิงโรงแรมสยามเคมปินสกี้เลยทีเดียว

 

 

 

 

 

แล้วโรงแรมก็สร้างเสร็จและเปิดให้เข้าชมห้องบอลรูมได้ เมื่อได้เห็นสถานที่จริงดิฉันตัดสินใจปรับวางแปลนห้องใหม่ต่างจากที่โรงแรมแนะนำไว้ โดยให้ย้ายเวทีเข้าไปอยู่ด้านใน ซึ่งในตอนนั้น ทางโรงแรมยังไม่เคยจัดงานที่วางแปลนในลักษณะนี้เลย แต่ดิฉันเชื่อว่า แปลนนี้จะทำให้ใช้พื้นที่ของห้องได้มากขึ้น และเมื่อแขกเข้ามาในงาน เวทีเค้กจะโดดเด่นกว่า และมีการแบ่งสัดส่วนพื้นที่ใช้สอยอ่างชัดเจน คือ ส่วนด้านในสุดเป็นเวทีหลัก โต๊ะสำหรับประธานและโต๊ะสำหรับญาติผู้ใหญ่ ถัดมาเป็นเวทีเค้ก และท้ายห้อง เป็นบริเวณวางซุ้มอาหาร และโต๊ะนั่งเล่นเล็กๆ ซึ่งจะทำให้แขกส่วนใหญ่เข้าถึงซุ้มอาหารได้มากกว่าด้วย

ส่วนในการจัดวางด้านหน้า เนื่องจากทางผู้ใหญ่เป็นห่วงว่าแขกจะยังไม่คุ้นเคยกับโรงแรมนี้ จึงกลัวว่าแขกมาถึงแล้วจะพะว้าพะวง ดิฉันจึงขอจัดเอาโต๊ะลงทะเบียนมาไว้ที่โถงลิฟท์ เมื่อเปิดประตูออกมาจากลิฟท์ ก็จะเห็นโต๊ะลงทะเบียนทันที ทำให้แขกไม่เขอะเขินที่จะเดินเข้ามาในบริเวณงาน ซึ่งในบริเวณนี้ทางโรงแรมมีเคาน์เตอร์ต้อนรับตั้งอยู่แล้ว ดิฉันเลยหยิบจับของตกแต่งมาจัดวางซะเลย

 

 

โปรดติดตามหน้าต่อไป