Go to Apple's Advice Go to Webboard

Love Spell

at Siam Kempinski..Page 2

 

 

 

 

เมื่อถัดมาที่โถงทางเดิน ดิฉันจัดแกลอรี่เก๋ๆ วางเก้าอี้อาร์มแชร์ไว้ ให้แขกได้ดูรูปเพลินๆถ่ายรูปเล่นๆ ก่อนจะเดินเข้ามาเจอซุ้มถ่ายรูป ที่วันนี้บอกได้คำเดียวว่า “ หวาน...หวาน ” ค่ะ ซุ้มถ่ายรูปวันนี้ปักดอกไม้กันจนวินาทีสุดท้ายจริงๆค่ะ การสลับสีสลับดอก ทำให้สีดอกไม้ออกมาหวานแปลกตา ใครเห็นใครไม่ชมเอ่ย

ในบ่ายวันนี้ระหว่างที่ดิฉันกำลังตระเตรียมงาน ก็มีเรื่องดีที่ไม่คาดฝัน..อันเป็นมงคลยิ่งแก่ชีวิตเกิดขึ้น คือทางเจ้าหน้าที่โรงแรมได้มาแจ้งว่า อีกสักครู่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเสด็จมาที่โรงแรมเป็นการส่วนพระองค์ จะเสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยมชมห้องบอลรูมที่ดิฉันกำลังจัดงานอยู่นี้ ทำเอาดิฉันหัวใจพองโต เมื่อเวลาผ่านไปไม่นานนัก ดิฉันก็ได้มีโอกาสรับเสด็จพระองค์ท่านอย่างใกล้ชิด ดิฉันถอนสายบัวรับเสด็จอย่างบรรจง ในใจนึกปลาบปลื้มเป็นที่สุด วินาทีนั้นแอบคิดในใจว่า เป็นบุญเหลือเกิน ที่พระองค์ท่านได้เสด็จมาทอดพระเนตรงานที่ดิฉันทำด้วยความรัก งานที่ตั้งใจทำด้วยหัวใจ การได้รับเสด็จในครั้งนี้ เปรียบเหมือนดิฉันได้รับพรอันสูงสุดเลยทีเดียว พระองค์ท่านทรงทอดพระเนตรชมดอกไม้ในส่วนๆต่างของห้องสักพัก ก่อนจะพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรส่วนต่างๆของโรงแรมต่อไป ถึงจะเป็นการรับเสด็จในช่วงระยะเวลาอันสั้น แต่ช่วงเวลานาทีนี้จะคงอยู่กับดิฉันไปตลอดชีวิตค่ะ

 

 

 

หลังจากส่งเสด็จพระองค์ท่านเป็นที่เรียบร้อย เราก็มาก้มหน้าก้มตาจัดงานกันต่อค่ะ อย่างที่บอกไปว่าดิฉันเองเป็นออกาไนซ์เซอร์เจ้าแรกที่เข้ามาจัดงาน การทำงานหลายๆอย่าง จึงต้องผิดลองถูก แก้ไขปรับเปลี่ยนกันหน้างานไปเรื่อยๆ เรียกได้ว่างานเสร็จปาดเหงื่อปุ๊บก็ได้เวลาซักซ้อมคิวพอดี

ดิฉันจัดแจงซักซ้อมคิวให้คู่บ่าวสาวแล้วต่อด้วยการถ่ายรูปคู่ และรูปครอบครัวกันอย่างจุใจ ดิฉันมักจะบอกน้องๆเสมอว่า “ จัดงานเป็นแสนเป็นล้าน สิ่งเดียวที่จะเก็บไว้ได้จนอายุหกสิบ ก็คือรูปถ่าย ” ดิฉันจึงเน้นเรื่องการถ่ายรูปคู่ และถ่ายรูปครอบครัวเป็นอย่างมาก บ่อยครั้งที่บรรดาคู่บ่าวสาวได้รับรูปจากช่างภาพมาเป็น 1,000 ใบ แต่รูปเจ้าสาวคู่คุณแม่ใบหนึ่งไม่มี ด้วยว่าตัวเองก็เป็นเจ้าสาวมาแล้ว และรู้ดีว่าอะไรสำคัญ ในทุกๆงานจึงต้องจัดเวลาให้คู่บ่าวสาวได้มีโอกาสถ่ายรูปกับครอบครัวเสมอ

อ่านที่ดิฉันเล่าอยู่คนเดียวมาสักพักแล้ว เรามาอ่านเรื่องราวจากน้องณัฐกันบ้างนะคะ

เราสองคนคุยกันมาสักพักแล้วค่ะ ว่าถ้าเราจะจัดงานแต่งงาน เราอยากจะให้มี organizer มาช่วยเรา เพราะเราอยากให้งานแต่งงานของเราออกมาดีที่สุด เพราะฉะนั้นสิ่งแรกที่เราทำหลังจากรู้ฤกษ์แต่งงาน คือโทรหาพี่เปิ้ล WeddingAnswer เพื่อจองคิว ( เราไม่ได้ทำ research ในการหา wedding planner ด้วยซ้ำ เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าเราอยากได้พี่เปิ้ลมาจัดงานให้ เพราะพี่เปิ้ลเคยจัดงานหมั้นให้พี่สาว คุณอังธิดา จากงาน The Promise แล้วทุกคนในก็บ้านประทับใจมาก ) เราเลยจองคิวพี่เปิ้ลให้จัดงานให้เราทั้งสองวันเลยค่ะ ทั้งงานหมั้นและงานแต่ง

หลังจากนั้นเราก็เริ่มไปจองโรงแรมกัน เราตั้งใจกันไว้ว่าจะจัดงานหมั้นที่ห้องออร์เธอร์เลาจ์ แล้วจัดงานแต่งงานตอนเย็นที่ห้องบอลลูม โรงแรมโอเรียนเต็ลไปเลย แต่ปรากฏว่าห้องมีคนจองไปแล้ว เลยได้ข้อสรุปแค่เรื่องงานหมั้น

ช่วงนั้นเราสองคนเลยเดินสายดูโรงแรมกันเกือบทุกโรงแรมเลย หลายๆที่คนจองเต็มไปแล้ว หลายๆที่เราได้เป็น waiting list ส่วนห้องที่ยังว่างเราก็ยังไม่ค่อยถูกใจ จนเราไปเจอโรงแรมสยามเคมปินสกี้ ที่อยู่หลังสยามพารากอน ซึ่งกำลังจะเปิดก่อนวันแต่งงานเราประมาณสองเดือน ด้วยความเชื่อมันในชื่อของโรงแรม เราเลยตัดสินใจจองโรงแรมนี้ไปเลยทั้งๆที่โรงแรมยังสร้างไม่เสร็จ ทั้งๆที่เห็นห้องแต่ในรูปและโรงแรมก็ใหม่มาก แต่เราเชื่อว่าถ้าพี่เปิ้ลจัดให้ งานเราจะต้องออกมาไร้ที่ติ